⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7300/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7300/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องแย้งที่อาศัยเหตุในการฟ้องแตกต่างกับคำฟ้องเดิม และไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม ไม่อาจรวมพิจารณาชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ 2 ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ตามคำสั่งของจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 พิมพ์ข้อความในหนังสือขอเลิกจ้างการเป็นครูใส่ความโจทก์ และปิดประกาศโฆษณาแก่บุคคลทั่วไป ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า ข้อความตามเอกสารที่จำเลยที่ 1 จัดทำขึ้นเป็นความจริง และฟ้องแย้งว่าโจทก์นำเอาข้อความในเอกสารดังกล่าวมาฟ้องจำเลยทั้งสองหลายคดี ทั้งคดีอาญา คดีแรงงานและคดีแพ่ง เป็นการฟ้องคดีโดยไม่สุจริตเพื่อให้จำเลยทั้งสองต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้จำเลยทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย เป็นการฟ้องแย้งที่อาศัยเหตุในการฟ้องแตกต่างกับคำฟ้องเดิม จึงเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม ไม่อาจรวมพิจารณาชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาอันมีผลเท่ากับไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง จึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๔๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โดยอ้างว่าจำเลยที่ ๑ ในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ ๒ ได้กระทำการตามคำสั่งของจำเลยที่ ๒ ละเมิดต่อโจทก์ กล่าวคือ จำเลยที่ ๑ ได้ลงพิมพ์ข้อความในหนังสือขอเลิกจ้างการเป็นครูใส่ความโจทก์และเปิดเผยข้อความในหนังสือดังกล่าวต่อผู้มีชื่อ และต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้ลงพิมพ์ข้อความประกาศเรื่องการพ้นจากหน้าที่ครูใส่ความโจทก์ แล้วนำเอกสารทั้งสองฉบับดังกล่าวไปปิดประกาศโดยเปิดเผยไว้ทั่วโรงเรียนเพื่อให้ประชาชนทั่วไปทราบอันเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า ข้อความตามเอกสารดังกล่าวเป็นความจริง จำเลยทั้งสองจำเป็นต้องปิดประกาศเพื่อป้องกันมิให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดและป้องกันชื่อเสียงของโรงเรียน ไม่ทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์นำเอาสาเหตุจากเอกสารดังกล่าวมาฟ้องจำเลยทั้งสองหลายคดี ทั้งคดีอาญา คดีแรงงานและคดีนี้ เป็นการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต เพื่อให้จำเลยทั้งสองเสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้จำเลยทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่จำเลยทั้งสอง โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองเป็นฟ้องแย้งที่ไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นสั่งรับคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง รวมทั้งคำให้การโจทก์แก้ฟ้องแย้ง แล้วทำการชี้สองสถาน กำหนดประเด็นข้อพิพาท และนัดสืบพยานโจทก์ก่อน ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ว่า ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม ดังนั้นคำสั่งรับฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง คำสั่งรับคำให้การ โจทก์แก้ฟ้องแย้ง รวมทั้งการชี้สองสถาน เป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ จึงให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าวเสียทั้งหมด แล้วชี้สองสถานใหม่ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่ให้คืนค่าขึ้นศาล (ตามฟ้องแย้ง) จำนวน ๑๒๕,๑๐๐ บาท แก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงข้อเดียวว่า ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองเกี่ยวกับคำฟ้องเดิมของโจทก์หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องเป็นใจความสำคัญว่า จำเลยที่ ๑ ในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ ๒ ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ตามคำสั่งของจำเลยที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๑ พิมพ์ข้อความในหนังสือขอเลิกจ้างการเป็นครูใส่ความโจทก์ และปิดประกาศโฆษณาทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่า โจทก์ประพฤติชั่ว ไม่เหมาะสมที่จะเป็นครู เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงเกียรติคุณและทางทำมาหาได้ของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีว่า ข้อความตามเอกสารที่จำเลยที่ ๑ จัดทำขึ้นเป็นความจริง ไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ และฟ้องแย้งว่าโจทก์นำเอาข้อความในเอกสารดังกล่าวมาฟ้องจำเลยทั้งสองหลายคดี ทั้งคดีอาญา คดีแรงงานและคดีนี้ เป็นการฟ้องคดีโดยไม่สุจริตเพื่อให้จำเลยทั้งสองต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้จำเลยทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย เห็นได้ว่า ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองดังกล่าวเป็นการฟ้องแย้งที่อาศัยเหตุในการฟ้องแตกต่างกับคำฟ้องเดิม ดังนั้นฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองจึงเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม ไม่อาจรวมพิจารณาชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาอันมีผลเท่ากับไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7300/2544 นายสยาม ศรีวิชัยรัตน์ โจทก์ นายอานันท์หรือภราดาอานันท์ ปรีชาวุฒิ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสยาม ศรีวิชัยรัตน์ · จำเลย - นายอานันท์หรือภราดาอานันท์ ปรีชาวุฒิ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรชาติ บุญศิริพันธ์ · กำพล ภู่สุดแสวง · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นายวิชัย ศิริแสงทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายวิเชียร มงคล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 42/2498ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 7122/2545ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 647/2521ฎีกา 369/2522ฎีกา 2752/2537ฎีกา 4335/2539ฎีกา 370/2506ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1603/2551ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 5438/2537ฎีกา 85/2540ฎีกา 8543/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา