⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7560/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7560/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยต้องระบุเหตุแห่งการเลิกจ้างตามกฎหมายไว้ในหนังสือเลิกจ้างให้ชัดเจน หากไม่ระบุเหตุแห่งการเลิกจ้างดังกล่าว ถือว่านายจ้างไม่ติดใจที่จะเลิกจ้างเพราะเหตุนั้น และต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง.

ย่อคำพิพากษา

แม้ในระหว่างการทำงานโจทก์ลาป่วยและมาทำงานสายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งโจทก์มิได้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยว่าด้วยการลา ผู้บังคับบัญชาของโจทก์ได้ตักเตือนโจทก์ในเรื่องดังกล่าวด้วยวาจาและเป็นหนังสือ จำเลยได้ลงโทษโจทก์ด้วยการภาคทัณฑ์และตัดเงินเดือนหลายครั้งซึ่งจำเลยอาจอ้างความผิดดังกล่าวของโจทก์มาเป็นเหตุเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้ก็ตาม แต่หนังสือเลิกจ้างของจำเลยเพียงแต่อ้างเหตุที่ให้โจทก์ออกจากงานว่าการกระทำของโจทก์เข้าลักษณะเป็นผู้หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่การงานของตน ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่และบกพร่องในหน้าที่เท่านั้น จำเลยมิได้อ้างเหตุความผิดดังกล่าวของโจทก์มาเป็นเหตุโดยตรงในการเลิกจ้าง จึงต้องถือว่าจำเลยไม่ติดใจที่จะเลิกจ้างโจทก์สำหรับความผิดดังกล่าว นอกจากนี้ตามข้อบังคับของจำเลยข้อ 34 ซึ่งเป็นอำนาจของจำเลยในการเลิกจ้างโจทก์ ก็ระบุว่าพนักงานที่ต้องพ้น จากตำแหน่งหน้าที่ตามข้อ 34 ให้ถือว่าเป็นการออกจากตำแหน่งหน้าที่โดยมิได้กระทำความผิด มีสิทธิได้รับบำเหน็จอีกด้วย จำเลยจึงหยิบยกอ้างความผิดของโจทก์ซึ่งมิได้ระบุเป็นเหตุเลิกจ้างไว้ในหนังสือให้โจทก์ออกจากงานมาเป็นเหตุไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์หาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.17 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.119

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าสินค้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๓๐,๕๘๒.๙๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจ่ายค่าชดเชย ๑๐๗,๙๓๙.๙๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่จำเลยให้โจทก์ออกจากงาน (วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๔๒) จนกว่าจะชำระเสร็จ จ่ายค่าเสียหาย ๔๓๑,๗๖๐ บาท แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยชอบธรรมแล้ว จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย จำเลยไม่ต้องรับผิดให้สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า หรือหากต้องจ่ายก็จ่ายเพียง ๑ เดือน เป็นเงิน ๑๗,๙๙๐ บาทเท่านั้น ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลาง พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ ๑๐๗,๙๔๐ บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๓๐,๕๘๒.๙๙ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยของเงินทั้งสองประเภทในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี โดยดอกเบี้ยของค่าชดเชยนับแต่วันเลิกจ้าง (วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๔๒) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ดอกเบี้ยของสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้านับแต่วันฟ้อง (วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๔๒) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า? คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยเพียงประการเดียวว่า จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ว่าในระหว่างการทำงานตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ ถึงปี ๒๕๔๒ โจทก์ล่าป่วยและมาทำงานสายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งโจทก์มิได้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยว่าด้วยการลา ผู้บังคับบัญชาของโจทก์ได้ตักเตือนโจทก์ในเรื่องดังกล่าวด้วยวาจาและเป็นหนังสือ จำเลยได้ ลงโทษโจทก์ด้วยการภาคภัณฑ์และตัดเงินเดือนหลายครั้งซึ่งจำเลยอาจอ้างความผิดดังกล่าวของโจทก์มาเป็นเหตุ เลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้ก็ตาม แต่หนังสือให้พนักงานออกจากงาน (เลิกจ้าง) ของจำเลย จำเลยเพียงแต่ อ้างเหตุที่ให้โจทก์ออกจากงานว่าการกระทำของโจทก์เข้าลักษณะเป็นผู้หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่การงานของตน ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่และบกพร่องในหน้าที่เท่านั้น จำเลยมิได้อ้างเหตุความผิดดังกล่าวของโจทก์มาเป็นเหตุโดยตรงในการเลิกจ้างแต่อย่างใด จึงต้องถือว่าจำเลยไม่ติดใจที่จะเลิกจ้างโจทก์สำหรับความผิดดังกล่าว นอกจากนี้จำเลยอ้างข้อบังคับของจำเลยฉบับที่ ๓ หมวดที่ ๕ ว่าด้วยการถอดถอน ข้อ ๓๔ เป็นอำนาจของจำเลยในการเลิกจ้างโจทก์ ซึ่งข้อบังคับดังกล่าวข้อ ๓๗ ก็ระบุว่าพนักงานที่ต้องพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ตามข้อ ๓๔ ให้ถือว่าเป็นการออกจากตำแหน่งหน้าที่โดยมิได้กระทำความผิด มีสิทธิได้รับบำเหน็จอีกด้วย จำเลยจึงหยิบยกอ้างความผิดของโจทก์ซึ่งมิได้ระบุเป็นเหตุเลิกจ้างไว้ในหนังสือให้โจทก์ออกจากงานมาเป็นเหตุไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้ แก่โจทก์หาได้ไม่ คำวินิจฉัยของศาผลแรงงานกลางในประเด็นนี้ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7560/2544 นางสุภาภรณ์ เผ่าโนรี โจทก์ การสื่อสารแห่งประเทศไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสุภาภรณ์ เผ่าโนรี · จำเลย - การสื่อสารแห่งประเทศไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปัญญา สุทธิบดี · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · พูนศักดิ์ จงกลนี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายชวลิต พรายภู่ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2548ฎีกา 3825/2545ฎีกา 9380/2544ฎีกา 14485/2558ฎีกา 2222/2560ฎีกา 7773-7776/2553ฎีกา 8077-8078/2549ฎีกา 1961/2543ฎีกา 6783/2548ฎีกา 5790-5822/2543ฎีกา 11912/2553ฎีกา 8631/2550ฎีกา 8854/2547ฎีกา 13894/2555ฎีกา 14399-14401/2553ฎีกา 14260/2558ฎีกา 3117/2543ฎีกา 1352/2542ฎีกา 6791/2544ฎีกา 5669/2545ฎีกา 2132/2545ฎีกา 1254/2546ฎีกา 6075/2549ฎีกา 6524/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา