⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9554/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9554/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ตามสัญญาบัตรเครดิตมีอายุความ 2 ปี นับแต่วันที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ได้.

ย่อคำพิพากษา

สัญญาใช้บัตรเครดิตเป็นข้อตกลงที่โจทก์ผู้ประกอบธุรกิจออกบัตรเครดิตให้แก่จำเลยเพื่ออำนวยความสะดวกแก่จำเลยในการชำระค่าสินค้าและบริการแทนเงินสดรวมทั้งเบิกถอนเงินสดไปจากโจทก์ โดยโจทก์จะออกเงินทดรองจ่ายแทนจำเลยไปก่อนและโจทก์คิดค่าธรรมเนียมในการให้บริการบัตรเครดิตจากจำเลยโจทก์จึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจรับทำการงานต่าง ๆ ให้จำเลย โดยจำเลยตกลงยอมให้โจทก์เรียกเอาเงินที่ได้ทดรองออกไปคืนจากจำเลยได้ เงินที่โจทก์ทดรองจ่ายแทนจำเลยตามข้อตกลงจึงเป็นหนี้ตามสัญญาที่เกิดจากบัตรเครดิต และมีอายุความในการใช้สิทธิเรียกร้อง 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/34(7) จำเลยมียอดหนี้การใช้บัตรเครดิตครั้งสุดท้ายวันที่ 20 ธันวาคม 2538 และโจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยชำระเงินตามยอดหนี้ดังกล่าวภายในวันที่ 4 มกราคม 2539 พร้อมกับแจ้งการยกเลิกการใช้บัตรเครดิตของจำเลย จำเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์ย่อมบังคับสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตั้งแต่วันที่ 5มกราคม 2539 เป็นต้นไป โจทก์นำคดีมาฟ้องวันที่ 15 ธันวาคม 2541คดีของโจทก์จึงขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นสมาชิกบัตรเครดิตขวัญนครของโจทก์จำเลยผิดนัดไม่ชำระเงินคืนตามที่โจทก์ได้ทดรองจ่ายไป โจทก์บอกเลิกการเป็นสมาชิกบัตรแล้ว ขอให้จำเลยชำระต้นเงิน เบี้ยปรับและค่าธรรมเนียมรวมจำนวน 232,403.95 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ 28ต่อปี ของต้นเงิน 137,308.50 บาท แก่โจทก์ นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์จากการใช้บัตรเครดิตครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2538 รวมเป็นเงิน 140,914.97 บาท และกำหนดชำระวันที่ 4 มกราคม 2539 จำเลยผิดนัดมิได้ชำระหนี้ให้โจทก์ โจทก์ยกเลิกการใช้บัตรเดือนมกราคม 2539 ยอดหนี้ของจำเลยเพิ่มสูงขึ้นถึงวันฟ้องเป็นเงิน 232,403.95 บาท เนื่องจากโจทก์คิดดอกเบี้ยทบต้นเรื่อยมานับแต่จำเลยผิดนัด ฟ้องโจทก์ขาดอายุความขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 140,914.97 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี แก่โจทก์นับแต่วันที่ 5 มกราคม2539 จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "สัญญาใช้บัตรเครดิตเป็นข้อตกลงที่โจทก์ผู้ประกอบธุรกิจออกบัตรเครดิตให้จำเลยเพื่ออำนวยความสะดวกแก่จำเลยในการชำระค่าสินค้าและค่าบริการโดยใช้บัตรเครดิตที่โจทก์ออกให้แทนการชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการด้วยเงินสดตลอดจนสามารถใช้บัตรเครดิตดังกล่าวเบิกถอนเงินสดไปจากโจทก์ อันเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการอำนวยความสะดวกที่โจทก์ตกลงให้แก่จำเลย โดยโจทก์จะออกเงินทดรองจ่ายแทนจำเลยไปก่อน และโจทก์คิดค่าธรรมเนียมในการให้บริการบัตรเครดิตดังกล่าวจากจำเลย โจทก์จึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจรับทำการงานต่าง ๆ ให้จำเลย โดยจำเลยตกลงยอมให้โจทก์เรียกเอาเงินที่ได้ทดรองออกไปคืนจากจำเลยได้ เงินที่โจทก์ทดรองจ่ายแทนจำเลยตามข้อตกลงข้างต้นจึงเป็นหนี้ตามสัญญาที่เกิดจากบัตรเครดิต และมีอายุความในการใช้สิทธิเรียกร้อง 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34(7) จำเลยมียอดหนี้การใช้บัตรเครดิตครั้งสุดท้ายวันที่ 20 ธันวาคม 2538 และโจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยชำระเงินตามยอดหนี้ดังกล่าวภายในกำหนดวันที่ 4 มกราคม2539 พร้อมกับแจ้งยกเลิกการใช้บัตรเครดิตของจำเลย จำเลยไม่ชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาที่โจทก์แจ้ง โจทก์ย่อมบังคับสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ได้ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2539 เป็นต้นไป โจทก์นำคดีมาฟ้องวันที่ 15 ธันวาคม 2541 คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามคำให้การต่อสู้คดีของจำเลย คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9554/2544 ธนาคาร ศรีนคร จำกัด (มหาชน โจทก์ นาย ปิยะวิศว์ ชวลิตเสนีย์ หรือนาย ปิยะ สมรศาสตร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร ศรีนคร จำกัด (มหาชน · จำเลย - นาย ปิยะวิศว์ ชวลิตเสนีย์ หรือนาย ปิยะ สมรศาสตร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัธยา ดิษยบุตร · ปรีดี รุ่งวิสัย · สมศักดิ์ เนตรมัย
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ