⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1353/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1353/2545

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.15, 57, 66 ฯลฯ · ป.อาญา ม.86

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเป็นผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ต้องเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ผู้กระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิดเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แม้เมทแอมเฟตามีนของกลางเป็นของจำเลยที่ 1 กับพวกที่นั่งรถมาด้วยกัน แต่จำเลยที่ 1 ได้โยนทิ้งเสียก่อน แต่หลังจากเจ้าพนักงานตำรวจ ตรวจพบเมทแอมเฟตามีนของกลาง เจ้าพนักงานตำรวจก็ได้ยึดไว้เป็นของกลางทันที จำเลยที่ 2 มาช่วยจำเลยที่ 1 ค้นหาเมทแอมเฟตามีนของกลางหลังจากเจ้าพนักงานตำรวจยึดไว้แล้ว เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจตรวจพบและ ยึดเมทแอมเฟตามีนของกลางไป การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจึงสิ้นสุดลงแล้ว การที่จำเลยที่ 2 มาช่วยจำเลยที่ 1 ค้นหาเมทแอมเฟตามีนของกลางจึงเป็นการช่วยเหลือ ให้ความสะดวกภายหลังการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน การเป็นผู้สนับสนุนตาม ป.อ. มาตรา 86 ต้องช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกก่อนหรือขณะกระทำความผิด เท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.57 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.97

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 102 ป.อ. มาตรา 32, 33, 83, 91 ริบของกลาง บวกโทษจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ 1767/2542 และ 2470/2542 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ และนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำเลยที่ 4 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2273/2542 ของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ กับรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ และในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 57, 66 วรรคหนึ่ง, 91 ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตาม ป.อ. มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 15 ปี ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 16 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตาม ป.อ. มาตรา 78 ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 8 ปี บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1767/2542 และ 2470/2542 ของศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุก 8 ปี 12 เดือน จำเลยที่ 2 มีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57, 66 วรรคหนึ่ง, 91 ประกอบ ป.อ. มาตรา 83, 86 การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตาม ป.อ. มาตรา 91 ฐานเป็นผู้สนับสนุนจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุก 10 ปี ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 11 ปี ทางนำสืบและคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตาม ป.อ. มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 7 ปี 4 เดือน ริบของกลาง คำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสองและยึดได้เมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 922 เม็ด น้ำหนักรวม 85.870 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 25.748 กรัม คดีสำหรับจำเลยที่ 1 เป็นอันถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ซึ่งพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่า ตามที่โจทก์นำสืบว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางเป็นของจำเลยที่ 1 กับพวกที่นั่งรถมาด้วยกัน แต่จำเลยที่ 1 ได้โยนทิ้งเสียก่อน ต่อมาจำเลยที่ 1 ไปตามจำเลยที่ 2 มาช่วยค้นหาเมทแอมเฟตามีนของกลางและจำเลยที่ 2 ถูกจับกุมขณะค้นหา เมทแอมเฟตามีนของกลางก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงก็ได้ความต่อไปว่า หลังจากเจ้าพนักงานตำรวจตรวจพบเมทแอมเฟตามีนของกลาง เจ้าพนักงานตำรวจก็ได้ยึดไว้เป็นของกลางทันที จำเลยที่ 2 มาช่วยจำเลยที่ 1 ค้นหาเมทแอมเฟตามีนของกลางหลังจากที่เจ้าพนักงานตำรวจยึดไว้แล้ว จึงเห็นได้ว่า เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจตรวจพบและยึดเมทแอมเฟตามีนของกลางไป การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจึงสิ้นสุดลงแล้ว การที่จำเลยที่ 2 มาช่วยจำเลยที่ 1 ค้นหาเมทแอมเฟตามีนของกลางจึงเป็นการช่วยเหลือให้ความสะดวกภายหลัง การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ดังนั้น จำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน เพราะการเป็นผู้สนับสนุนตาม ป.อ. มาตรา 86 ต้องช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกก่อนหรือขณะกระทำความผิดเท่านั้น เมื่อพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมายังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ดังกล่าวแล้วก็ไม่จำต้องวินิจฉัยพยานจำเลยที่ 2 หรือฎีกาของจำเลยที่ 2 ในข้อหาอื่น ๆ ต่อไป ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของ จำเลยที่ 2 ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1353/2545 พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ นายถาวร เครือบุตดา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี · จำเลย - นายถาวร เครือบุตดา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)องอาจ โรจนสุพจน์ · ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ · ประชา ประสงค์จรรยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายชาญวิทย์ ทรงสว่าง · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสถิตย์ ไพเราะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6846/2558ฎีกา 7217/2544ฎีกา 4577/2558ฎีกา 1089/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 712/2559ฎีกา 1888/2548ฎีกา 5048/2550ฎีกา 1992/2530ฎีกา 4912/2565ฎีกา 7364/2538ฎีกา 7149/2558ฎีกา 5487/2548ฎีกา 5061/2561ฎีกา 2948/2555ฎีกา 3595/2532ฎีกา 7526/2561ฎีกา 5632/2551ฎีกา 2777/2547ฎีกา 199/2547ฎีกา 4970/2538ฎีกา 215/2556ฎีกา 4547/2530ฎีกา 2842/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา