⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2610/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2610/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างไม่มาทำงานติดต่อกันสามวันทำงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่อันเป็นเหตุให้บริษัทเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นใบลาขออนุญาตหยุดงานเป็นเวลา 4 วัน ติดต่อกัน แต่เมื่อจำเลยไม่อนุญาต โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องมาทำงานให้แก่จำเลยในวันและเวลาทำงานปกติตามที่จำเลยมอบหมาย เมื่อโจทก์ไม่มาทำงานแต่กลับเดินทางไปประเทศกัมพูชาเพื่อหาช่องทางทำธุรกิจซึ่งเป็นเหตุส่วนตัวของโจทก์ จึงถือว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.119

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 60,433.33 บาท ค่าเสียหายจำนวน 444,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ ค่าจ้างค้างจำนวน 3,699.99 บาท และค่าชดเชยจำนวน 222,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่า โจทก์เข้าทำงานกับจำเลยตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2538 ตำแหน่งผู้จัดการโครงการ มีหน้าที่ควบคุมดูแลตรวจสอบงานด้านก่อสร้างให้จำเลย ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 37,000 บาท โจทก์ขาดงานตั้งแต่วันที่ 9 ถึง 11 ตุลาคม 2543 โดยเดินทางไปประเทศกัมพูชาจึงเป็นการละทิ้งหน้าที่ กรณีมีเหตุสมควรให้เลิกจ้างโจทก์ ถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าจ้างระหว่างวันที่ 9 ถึง 11 ตุลาคม 2543 แต่การที่โจทก์ละทิ้งหน้าที่เดินทางไปประเทศกัมพูชาเนื่องจากงานของโจทก์ใกล้จะหมดแล้ว และโจทก์เตรียมตัวจะออกจากงานจึงมีความจำเป็นเพื่อหาช่องทางทำธุรกิจและไม่อาจเลื่อนการเดินทางได้ แม้จำเลยจะไม่อนุญาตให้โจทก์ลา แต่ก็ถือว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยมีเหตุอันสมควรโจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชย พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 222,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 17 ตุลาคม 2543) จนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยมีหน้าที่ต้องทำงานให้แก่จำเลยในวันทำงานและเวลาทำงานปกติตามที่จำเลยมอบหมาย แม้โจทก์จะยื่นใบลาต่อจำเลยขออนุญาตหยุดงานในวันที่ 9 ถึง 11 ตุลาคม 2543 แต่เมื่อจำเลยไม่อนุญาตให้โจทก์ลา โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องมาทำงานให้แก่จำเลยในวันและเวลาทำงานดังกล่าว เมื่อโจทก์ไม่มาทำงานให้แก่จำเลยในวันและเวลาทำงานดังกล่าว แต่กลับเดินทางไปประเทศกัมพูชาเพื่อหาช่องทางทำธุรกิจซึ่งเป็นเหตุส่วนตัวของโจทก์ จึงถือว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (5) จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีก พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องในส่วนค่าชดเชยเสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2610/2545 นายชูชัย เจริญรัตนวงศ์ โจทก์ บริษัทภูมิภวัน จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชูชัย เจริญรัตนวงศ์ · จำเลย - บริษัทภูมิภวัน จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · วีรพจน์ เพียรพิทักษ์ · จรัส พวงมณี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายประทีป อ่าววิจิตรกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2548ฎีกา 3825/2545ฎีกา 9380/2544ฎีกา 14485/2558ฎีกา 2222/2560ฎีกา 7773-7776/2553ฎีกา 8077-8078/2549ฎีกา 6783/2548ฎีกา 8631/2550ฎีกา 8854/2547ฎีกา 13894/2555ฎีกา 14399-14401/2553ฎีกา 3117/2543ฎีกา 1352/2542ฎีกา 6791/2544ฎีกา 5669/2545ฎีกา 2132/2545ฎีกา 1254/2546ฎีกา 6075/2549ฎีกา 6524/2545ฎีกา 2743/2544ฎีกา 5912/2546ฎีกา 902/2545ฎีกา 7042/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา