⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5039/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5039/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมายทั่วไป ต้องมีเจตนายึดถือเพื่อตน การรับสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ชั่วคราวเพื่อรอส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ถือว่าเป็นการครอบครองโดยมีเจตนายึดถือเพื่อตน

ย่อคำพิพากษา

คำว่า "ครอบครอง" ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มิได้บัญญัติให้มีความหมายเป็นพิเศษ ต้องถือว่ามีเจตนายึดถือเพื่อตนตามหลักกฎหมายทั่วไป การที่จำเลยรับเลี้ยงดูหมีควายหรือหมีดำของกลางซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ชั่วคราวเพื่อรอให้สถานีเพาะเลี้ยสัตว์ป่ามารับไปในภายหลังนั้น จำเลยไม่มีเจตนายึดถือเพื่อตน จึงหาใช่เป็นการมีไว้ในครอบครองอันเป็นความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์อ้างมาในคำฟ้องไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ม.4 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ม.5 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ม.6 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ม.19 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ม.47

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๔ , ๕ , ๖ , ๑๙ , ๔๗ ริบของกลางให้กรมป่าไม้ และนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๕๘๘/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง , ๔๗ จำคุก ๑ ปี ปรับ ๑๕,๐๐๐ บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๘ เดือน ปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ และ ๓๐ ริบของกลางให้กรมป่าไม้ ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๕๘๘/๒๕๔๐ (ที่ถูก ๕๘๘/๒๕๔๑) ของศาลชั้นต้น เนื่องจากคดีนี้ศาลพิพากษาโดยให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้ จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ คำขอส่วนนี้จึงให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่หมีควายของกลางคงริบให้กรมป่าไม้ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยรับเลี้ยงดูหมีควายของกลางซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในกรงเหล็กที่หน้าบ้านของจำเลยจะเป็นความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง ตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่นั้น เห็นว่า คำว่า "ครอบครอง" ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ มิได้บัญญัติให้มีความหมายเป็นพิเศษ จึงต้องถือว่าการครอบครองในกรณีนี้ต้องมีเจตนายึดถือเพื่อตนทั้งนี้ตามหลักกฎหมายทั่วไป ดังนั้น การที่จำเลยรับเลี้ยงดูหมีควายของกลางซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ชั่วคราวเพื่อรอให้สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพัทลุงมารับไปในภายหลังนั้น จำเลยไม่มีเจตนายึดถือเพื่อตน จึงหาใช่เป็นการมีไว้ในครอบครองอันเป็นความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์อ้างมาในคำฟ้องดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษายกฟ้องโจทก์แต่ให้ริบหมีควายของกลางมานั้น จึงต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5039/2546 พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์ พ.ต.ท. สุวิทย์ หนูเนียม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง · จำเลย - พ.ต.ท. สุวิทย์ หนูเนียม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรชาติ บุญศิริพันธ์ · กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ · กำธร โพธิ์สุวัฒนากุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพัทลุง - นายสุทธิพงษ์ วัชรินทร์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายสุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 227/2551ฎีกา 4737/2545ฎีกา 4103/2547ฎีกา 93/2565
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา