⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 615/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 615/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาต่างตอบแทนที่นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 มีผลบังคับได้ตามกฎหมาย และการฟ้องเรียกเบี้ยปรับอันเนื่องมาจากการผิดสัญญาดังกล่าว มีอายุความ 10 ปี

ย่อคำพิพากษา

สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นสัญญาที่จำเลยตกลงจะปลูกสร้างอาคารต่าง ๆ ลงในที่ดินของโจทก์ โดยให้โจทก์และจำเลยได้รับส่วนแบ่งจากรายได้ตามสัญญา ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยมีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทนชนิดหนึ่งนอกเหนือจากที่ระบุไว้ใน ป.พ.พ. บรรพ 3 ซึ่งมีผลบังคับได้ตามกฎหมาย โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยผิดสัญญา ต้องใช้เบี้ยปรับแก่โจทก์ตามสัญญา เป็นการที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเนื่องมาจากจำเลยผิดสัญญา ไม่ใช่ฟ้องเรื่องจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ เมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าปรับฐานผิดสัญญาก่อสร้างอาคารเป็นเงิน ๒๒,๘๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จนกว่าจะสิ้นสุดคดีแก่โจทก์ ให้จำเลยขนย้ายเครื่องมือและอุปกรณ์การก่อสร้างตลอดจนสิ่งของที่ใช้และเหลือใช้ออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การว่า คำฟ้องของโจทก์แสดงว่าจำเลยละเมิดสัญญาทำให้ให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยโจทก์รู้ถึงเหตุแห่งการละเมิดตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ แต่โจทก์นำคดีมาฟ้องเกิน ๑ ปี นับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิด และรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน คำฟ้องของโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ ๕๐,๐๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ให้จำเลยชำระค่าปรับเป็นเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๓๙) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยขนย้ายเครื่องมือและอุปกรณ์การก่อสร้างตลอดจนสิ่งของที่ใช้และเหลือใช้ออกไปจากที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โจทก์ว่าความเองในศาลชั้นต้น จึงไม่กำหนดค่าทนายความให้ ส่วนในศาลอุทธรณ์แม้โจทก์จะขอถอนทนายความแต่เป็นการขอถอนภายหลังจากที่ทนายความได้ดำเนินกระบวนพิจารณาให้โจทก์แล้ว จึงกำหนดค่าทนายความ ๒๐,๐๐๐ บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คำฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกค่าเสียหายฐานละเมิด เมื่อโจทก์ฟ้องคดีพ้น ๑ ปี นับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน คำฟ้องโจทก์เป็นอันขาดอายุความ เห็นว่า ตามข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยในสัญญามัดจำปลูกสร้างอาคาร สัญญาปลูกสร้างอาคารยกสิทธิฉบับเขียนด้วยลายมือ และสัญญาก่อสร้างอาคารยกสิทธิฉบับตัวพิมพ์ เป็นสัญญาที่จำเลยตกลงจะปลูกสร้างอาคารต่าง ๆ ตามข้อสัญญาลงในที่ดินของโจทก์ โดยให้โจทก์และจำเลยได้รับส่วนแบ่งจากรายได้ตามสัญญา ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยในสัญญามีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทนชนิดหนึ่งนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๓ ซึ่งมีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมาย โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยผิดสัญญา ต้องใช้เบี้ยปรับแก่โจทก์ตามสัญญา เป็นการที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเนื่องมาจากจำเลยผิดสัญญา ไม่ใช่ฟ้องเรื่องจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ เมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๓๐ คำฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ? พิพากษายืน โจทก์แก้ฎีกาเอง จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 615/2546 นายประสาน ขุนทองแก้ว โจทก์ นายเทียม วังกังวาน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประสาน ขุนทองแก้ว · จำเลย - นายเทียม วังกังวาน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สบโชค สุขารมณ์ · สมชาย พงษธา · ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นายพิชัย นิลทองคำ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุริยะ เดชด่าน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา