⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6157/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6157/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การอุทธรณ์เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ที่นายจ้างจะเรียกหรือรับเงินประกันการทำงานหรือเงินประกันความเสียหายจากการทำงานตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน สามารถยกขึ้นอุทธรณ์ได้ แม้จะไม่ใช่ข้อที่ว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น 2. ผู้จัดการอาคารชุดที่มีอำนาจควบคุมกำกับดูแลการจัดเก็บเงินและค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงการนำส่งทางการเงินและบัญชี ถือเป็นผู้มีหน้าที่ควบคุมเงินของนายจ้างตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับเงินประกันการทำงานหรือเงินประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้าง นายจ้างจึงเรียกเก็บเงินประกันการทำงานจากบุคคลดังกล่าวได้

ย่อคำพิพากษา

อุทธรณ์ของโจทก์ที่อ้างว่างานที่โจทก์ทำไม่เข้าลักษณะงานตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับเงินประกันการทำงานหรือเงินประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้าง ซึ่งออกตามมาตรา 6 และมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 จำเลยที่ 1 ต้องคืนเงินประกัน การทำงานที่เก็บไปให้แก่โจทก์นั้น แม้มิใช่ข้อที่ว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลแรงงานกลาง แต่เป็นการอุทธรณ์เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ที่นายจ้างจะเรียกหรือรับเงินประกันการทำงานหรือเงินประกันความเสียหายจากการทำงานตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 อันเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน โจทก์มีสิทธิยกขึ้นอุทธรณ์ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคสอง ประกอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 โจทก์มิใช่พนักงานการเงิน แต่โจทก์เป็นผู้จัดการอาคารชุด มีสิทธิรับเงินจากลูกค้าและออกใบเสร็จรับเงิน ในนามตนเอง ควบคุมกำกับดูแลการจัดเก็บเงินและค่าใช้จ่ายต่างๆ ควบคุมการนำส่งทางการเงินและบัญชี ควบคุมพนักงานการเงินให้จัดเก็บเงินให้ถูกต้องตามความเป็นจริง และมีอำนาจตรวจสอบความถูกต้องทางการเงินด้วย โจทก์จึงเป็นผู้มีหน้าที่ควบคุมเงินของนายจ้างอันเป็นงานตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับเงินประกันการทำงานหรือเงินประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้าง ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2541 ข้อ 4 (6) นายจ้างเรียกเก็บเงินประกันการทำงานจากโจทก์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับเงินประกันการทำงานหรือเงินประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้าง ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2541 ม.4 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.6 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.10 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้จำเลยที่ ๑ คืนเงินประกันการทำงานเป็นเงิน ๑๒,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ คืนเงินประกันการทำงาน ๑,๕๕๗ บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๑,๕๕๗ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๔๐ จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นนิติบุคคล ประเภทบริษัทจำกัด ได้รับโจทก์เป็นลูกจ้าง จ่ายค่าจ้างเป็นเดือนทุกวันสิ้นเดือน โจทก์ทำงานติดต่อกันจนถึงวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ ซึ่งในขณะนั้นโจทก์เป็นผู้จัดการอาคารชุดโครงการนิติบุคคลอาคารชุดเคหะชุมชนร่มเกล้า ๑ จำเลยที่ ๑ จ่ายค่าจ้างให้โจทก์เดือนละ ๑๓,๗๕๙ บาท ครั้นวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ เป็นต้นไป โจทก์ไม่ได้มาทำงาน กับจำเลยที่ ๑ ตามปกติ ระหว่างที่โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๑ นั้น จำเลยที่ ๑ ได้หักเงินประกันการทำงานจากเงินเดือนของโจทก์รวม ๑๒,๐๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยที่ ๑ หักเงินเดือนของโจทก์เป็นเงินประกันการทำงานเดือนละ ๑,๒๐๐ บาท ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๔๐ ถึงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ เป็นเงิน ๑๒,๐๐๐ บาท ซึ่งงานของโจทก์ที่ลงลายมือชื่อ ในใบเสร็จรับเงิน บางครั้งก็ไปเก็บเงินจากลูกค้าเนื่องจากพนักงานการเงินไม่สามารถเรียกเก็บเงินจากลูกค้าได้ทันนั้นเป็นเพียงการให้บริการแก่ลูกค้า โจทก์ไม่ใช่พนักงานเก็บและจ่ายเงิน งานที่โจทก์ทำไม่เข้าลักษณะงาน ๖ ประเภทงานที่นายจ้างจะเรียกเงินประกันการทำงานจากลูกจ้างได้ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับเงินประกันการทำงานหรือเงินประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้าง ซึ่ง ออกตามมาตรา ๖ และมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ จำเลยที่ ๑ จึงต้องคืนเงินประกัน การทำงานดังกล่าวให้แก่โจทก์ตามมาตรา ๑๐ วรรคสุดท้าย ไม่มีสิทธินำไปหักชดใช้ค่าเสียหายให้แก่จำเลยที่ ๑ นั้น เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้แม้จะมิใช่ข้อที่ว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลแรงงานกลาง แต่เป็นอุทธรณ์เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ ที่นายจ้างจะเรียกหรือรับเงินประกันการทำงานหรือเงินประกันความเสียหายจากการทำงานตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ อันเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน โจทก์มีสิทธิยกขึ้นอุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ วรรคสอง ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ เห็นว่า แม้โจทก์จะมิใช่พนักงานการเงิน แต่การที่โจทก์เป็นผู้จัดการอาคารชุดมีสิทธิที่จะรับเงินจากลูกค้าและออกใบเสร็จรับเงินในนามของตนเองได้ ควบคุมกำกับดูแลในการจัดเก็บเงิน และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ควบคุมการนำส่งทางการเงินและบัญชีควบคุมพนักงานการเงินให้จัดเก็บเงินให้ถูกต้องตาม ความเป็นจริงและมีอำนาจตรวจสอบความถูกต้องทางการเงินด้วย โจทก์จึงเป็นผู้มีหน้าที่ควบคุมเงินของนายจ้าง อันเป็นงานในข้อ ๔ (๖) ที่นายจ้างสามารถเรียกเก็บเงินประกันการทำงานจากโจทก์ได้ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับเงินประกันการทำงานหรือเงินประกันความเสียหาย ในการทำงานจากลูกจ้าง ลงวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๑ จำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องคืนเงินประกันการทำงานตามฟ้องให้แก่โจทก์ อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ก็ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6157/2546 นางพรชนก วิภูษณะ โจทก์ บริษัทจัดการทรัพย์สินและชุมชน จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางพรชนก วิภูษณะ · จำเลย - บริษัทจัดการทรัพย์สินและชุมชน จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · พันธาวุธ ปาณิกบุตร · อรพินท์ เศรษฐมานิต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายชวลิต ธรรมฤาชุ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2894/2532ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 10217/2551ฎีกา 2522/2531ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1968/2533ฎีกา 2328/2533ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5086/2537ฎีกา 5111/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1081/2549ฎีกา 5712/2541ฎีกา 1371/2536ฎีกา 584/2536ฎีกา 3260/2528ฎีกา 109/2540ฎีกา 15617/2558ฎีกา 597-602/2566ฎีกา 1885-1890/2545ฎีกา 2431/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา