คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1400/2547
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิจารณาว่านิติบุคคลแสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจหรือไม่ ต้องพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลประกอบกับลักษณะของงานที่ทำ หากรายรับที่ได้จากการดำเนินงานต้องนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลเท่านั้น และห้ามนำไปแบ่งปันกัน ถือว่าไม่ใช่กิจการที่แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ
ย่อคำพิพากษา
การพิจารณาว่างานที่จำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลจ้างโจทก์ทำเป็นงานที่แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจหรือไม่ ต้องพิจารณาวัตถุประสงค์ของจำเลยประกอบด้วย
จำเลยมีวัตถุประสงค์ดำเนินกิจการสถาบันเทคโนโลยี่บนมูลฐานไม่แบ่งสรรกำไร จำเลยมีอำนาจหน้าที่ทำนิติกรรมสัญญาและดำเนินกิจการในการให้เช่าทรัพย์สิน ให้กู้ยืม จำนำ จำนองได้ตามกฎบัตรก็เพื่อให้มีอำนาจบริหารจัดการทรัพย์สินและสิทธิประโยชน์ของจำเลยที่มีอยู่ เพื่อเป็นทุนดำเนินงานในโครงการตามวัตถุประสงค์ เป็นการช่วยเหลือตนเองโดยไม่จำต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจากรัฐบาลของประเทศผู้ให้ทุนแต่เพียงอย่างเดียว งานโครงการเฟอร์โรซีเมนต์ที่จำเลยจ้างโจทก์ทำมีรายรับจากเงินอุดหนุนของรัฐบาลไทยและรัฐบาลต่างประเทศ กับจากการจัดทำวารสารและสัมมนาทางวิชาการ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ให้แก่สมาชิกและบุคคลทั่วไปหากมีรายรับเหลือจ่ายจากการดำเนินงานต้องนำไปใช้ในการดำเนินงานของโครงการเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้ในโครงการอื่นและห้ามนำมาแบ่งปันกัน งานที่จำเลยทำจึงไม่ใช่กิจการแสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ ไม่อยู่ในบังคับของ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ในเรื่องค่าชดเชย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.3 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.4
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวลลิดา วิจิตรสมบัติ · จำเลย - สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเชีย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชัย จึงประเสริฐ · พันธาวุธ ปาณิกบุตร · ชัช ชลวร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง (ธัญบุรี) - นายบุญทอง ปลื้มวรสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา