⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3776/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3776/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่กรรมการบริษัทนำเช็คของบริษัทไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ของบริษัท ถือเป็นการกระทำในขอบอำนาจของกรรมการ และมีผลผูกพันบริษัท เว้นแต่กรรมการอื่นจะใช้สิทธิสั่งให้โอนเงินคืน.

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 1 นำเช็คซึ่งระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับเงิน และเป็นเช็คมีข้อความระหว่างเส้นขีดคร่อมว่า A/C PAYEE ONLY ไปเข้าบัญชีบริษัท ภ. เป็นการกระทำตามคำสั่งของจำเลยร่วมซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ นำเช็คพิพาทเข้าบัญชีเพื่อชำระหนี้ให้แก่บริษัท ภ. เจ้าหนี้โจทก์ การกระทำของจำเลยร่วมเป็นการกระทำในขอบอำนาจของกรรมการโจทก์ มีผลผูกพันโจทก์ นอกจากนี้โจทก์และบริษัท ภ. ต่างก็มีกรรมการชุดเดียวกันรวม 5 คน หากกรรมการอื่นอีก 4 คน เห็นว่าจำเลยร่วมนำเช็คพิพาทไปเข้าบัญชีบริษัท ภ. เป็นการไม่ถูกต้อง ก็ย่อมสามารถใช้สิทธิในฐานะเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท ภ. สั่งให้โอนเงินตามเช็คพิพาทคืนให้แก่โจทก์ได้อยู่แล้ว การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมจึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.70 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.994 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.995 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1000

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน ๗,๓๕๓,๔๙๗.๔๓ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๗,๐๘๒,๗๙๘.๖๙ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การทำนองเดียวกันขอให้ยกฟ้อง ก่อนที่จำเลยที่ ๓ ยื่นคำให้การ โจทก์ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๓ ศาลชั้นต้นอนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๓ จากสารบบความ ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้เรียกนายสุริยะ เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การว่า จำเลยร่วมไม่ได้ร่วมกับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กระทำละเมิดต่อโจทก์? โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยร่วมถึงแก่กรรม จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้หมายเรียกนางสันธนา ทายาทของจำเลยร่วมเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นบริษัทจำกัด เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทซึ่งเป็นเช็คธนาคารออมสิน สาขาภูเก็ต เช็คเลขที่ ๐๔๗๗๘๕๓ ลงวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๓๘ จำนวนเงิน ๗,๐๘๒,๗๙๘.๖๙ บาท เป็นเช็คระบุชื่อโจทก์โดยขีดคร่อมเช็คและประทับข้อความภาษาอังกฤษว่า A/C PAYEE ONLY หมายถึง ให้จ่ายเข้าบัญชีผู้มีชื่อ คือโจทก์เท่านั้น จำเลยร่วมซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ได้ลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัทโจทก์สลักหลังเช็คพิพาทนำเข้าบัญชีบริษัทภูเก็ตทองสิน จำกัด โดยธนาคารจำเลยที่ ๑ สาขาภูเก็ตมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการดำเนินการให้ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และจำเลยร่วมกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ เห็นว่า แม้เช็คพิพาทจะมีข้อความระหว่างเส้นขีดคร่อมว่า A/C PAYEE ONLY ที่ด้านหน้า ซึ่งมีความหมายว่าต้องนำเช็คเข้าบัญชีของโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงเท่านั้นหรือเป็นทำนองห้ามเปลี่ยนมือหรือเปลี่ยนมือไม่ได้ก็ตาม การที่จำเลยร่วม ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของโจทก์และของบริษัทภูเก็ตทองสิน จำกัด มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราของโจทก์มีผลผูกพันโจทก์ได้ตามหนังสือรับรอง นำเช็คพิพาทไปเข้าบัญชีบริษัทภูเก็ตทองสิน จำกัด เพื่อเป็นการหักลบกลบหนี้กัน โดยจำเลยร่วมทำหนังสือรับรองไว้ว่า หากการกระทำดังกล่าวทำให้ธนาคารจำเลยที่ ๑ เสียหาย จำเลยร่วมในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์และบริษัทภูเก็ตทองสิน จำกัด ยินดีรับผิดชอบชดใช้ให้แก่ธนาคารจำเลยที่ ๑ ในนามของบริษัทดังกล่าว ดังนั้น ที่ธนาคารจำเลยที่ ๑ นำเช็คพิพาทเข้าบัญชีบริษัทภูเก็ตทองสิน จำกัด จึงเป็นการกระทำตามคำสั่งของจำเลยร่วมซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ นำเช็คพิพาทเข้าบัญชีเพื่อชำระหนี้ให้แก่ บริษัทภูเก็ตทองสิน จำกัด เจ้าหนี้โจทก์ การกระทำของจำเลยร่วมเป็นการกระทำในขอบอำนาจของกรรมการโจทก์ มีผลผูกพันโจทก์ นอกจากนี้โจทก์และบริษัทภูเก็ตทองสิน จำกัด ต่างก็มีกรรมการชุดเดียวกันรวม ๕ คน หากกรรมการอื่นอีก ๔ คน เห็นว่าจำเลยร่วมนำเช็คพิพาทไปเข้าบัญชีบริษัทภูเก็ตทองสิน จำกัด เป็นการไม่ถูกต้องก็ย่อมสามารถใช้สิทธิในฐานะเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทภูเก็ตทองสิน จำกัดสั่งให้บริษัทภูเก็ตทองสิน จำกัด โอนเงินตามเช็คพิพาทคืนให้แก่โจทก์ได้อยู่แล้ว การกระทำของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และจำเลยร่วมจึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ ที่ศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3776/2547 บริษัทสหการอุตสาหกรรมและสวนยาง จำกัด โจทก์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กับพวก จำเลย นายสุริยะ อุปัติศฤงค์ จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสหการอุตสาหกรรมและสวนยาง จำกัด · จำเลย - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กับพวก · จำเลยร่วม - นายสุริยะ อุปัติศฤงค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สายันต์ สุรสมภพ · สุรพล เจียมจูไร · เรวัตร อิศราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา · ศาลอุทธรณ์ - นางวาสนา หงส์เจริญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2032/2542ฎีกา 5735/2538ฎีกา 1235/2567ฎีกา 9842/2544ฎีกา 10757/2553ฎีกา 7400/2540ฎีกา 3145/2535ฎีกา 3642/2554ฎีกา 3551/2543ฎีกา 3160/2545ฎีกา 6807/2539ฎีกา 2269/2543ฎีกา 1532/2537ฎีกา 1361/2527ฎีกา 114/2545ฎีกา 944-945/2497ฎีกา 4975/2533ฎีกา 8001/2544ฎีกา 1518/2540ฎีกา 50/2543ฎีกา 2749/2540ฎีกา 1144/2493ฎีกา 1988/2537ฎีกา 5986/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา