⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7843/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7843/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างบอกเลิกสัญญาจ้างโดยไม่แจ้งเป็นหนังสือตามที่ตกลงกันไว้ ถือเป็นการกระทำผิดสัญญาจ้าง และนายจ้างมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากการกระทำผิดสัญญาดังกล่าวได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยไม่ได้บอกเลิกสัญญาจ้างโจทก์ แต่โจทก์เป็นฝ่ายลาออกเองและการลาออกของโจทก์เป็นการกระทำผิดสัญญาจ้างเพราะไม่ได้แจ้งเป็นหนังสือให้จำเลยทราบตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในระเบียบ อันเป็นการกล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาในการเลิกสัญญาจ้างกัน หากเป็นความจริงดังที่จำเลยต่อสู้ โจทก์จะฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินตามคำขอของโจทก์ไม่ได้ และการที่โจทก์ลาออกมีผลในวันนั้นเลย ทำให้จำเลยไม่สามารถหาครูมาสอนนักเรียนแทนโจทก์ได้ทัน จำเลยได้รับความเสียหาย ฟ้องแย้งของจำเลยจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคำฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณารวมกันได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสาม ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 31

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2546 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้ทำผิดและจำเลยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า ทั้งเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 40,000 บาท ค่าเสียหาย 120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี และค่าชดเชย 120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่ได้บอกเลิกจ้างโจทก์แต่โจทก์ลาออกเอง จำเลยจึงไม่ต้องชดใช้เงินตามที่โจทก์ฟ้อง แต่การที่โจทก์ยื่นใบลาออกเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2546 และให้มีผลในวันนั้นเลยเป็นการผิดสัญญาจ้างทำให้จำเลยไม่สามารถหาครูคนอื่นมาสอนนักเรียนแทนโจทก์ได้ทัน จำเลยได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์ชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 352,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันลาออกจนกว่าชำระเสร็จแก่จำเลย ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับคำให้การ ส่วนฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม จึงไม่รับฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฟ้องแย้งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวข้องกับคำฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาพิพากษารวมกันได้นั้น เห็นว่า จำเลยให้การต่อสู้คดีว่า จำเลยไม่ได้บอกเลิกสัญญาจ้างโจทก์แต่โจทก์เป็นฝ่ายลาออกเอง และการลาออกของโจทก์เป็นการกระทำผิดสัญญาจ้าง เพราะมิได้แจ้งเป็นหนังสือให้จำเลยทราบล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในระเบียบ อันเป็นการกล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาในการเลิกสัญญาจ้างกัน หากความจริงเป็นดังที่จำเลยต่อสู้ โจทก์จะฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินตามคำขอของโจทก์ไม่ได้ แต่โจทก์กลับต้องเป็นฝ่ายจ่ายค่าเสียหายให้แก่จำเลยเพราะโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ฟ้องแย้งของจำเลยจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคำฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาพิพากษารวมกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสาม ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ที่ศาลแรงงานกลางไม่รับฟ้องแย้งไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้รับฟ้องแย้งของจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7843/2547 นายดักลาส ราล์ฟ ดอกเคอร์ โจทก์ นางศิริลักษณ์ เวนคูเซน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายดักลาส ราล์ฟ ดอกเคอร์ · จำเลย - นางศิริลักษณ์ เวนคูเซน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์ · อรพินท์ เศรษฐมานิต · ปัญญา สุทธิบดี
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 42/2498ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 7122/2545ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 647/2521ฎีกา 369/2522ฎีกา 2752/2537ฎีกา 4335/2539ฎีกา 370/2506ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1603/2551ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 5438/2537ฎีกา 85/2540ฎีกา 8543/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ