คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2572/2548
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ย่อมทำให้ผู้ดัดแปลงมีลิขสิทธิ์ในงานที่ดัดแปลงขึ้น และมีสิทธิแต่ผู้เดียวในการใช้ประโยชน์จากลิขสิทธิ์นั้นตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตจากโจทก์ตามสัญญาให้ใช้ลิขสิทธิ์ให้นำงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ ไปสร้างเป็นภาพยนตร์ภายใน 5 ปี นับแต่วันทำสัญญาดังกล่าว และจำเลยที่ 1 ได้นำงานวรรณกรรมนั้นไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้เมื่อปี 2528 ซึ่งเป็นการสร้างภาพยนตร์ภายใน 5 ปี นับแต่วันทำสัญญาดังกล่าวในปี 2527 แสดงว่าจำเลยที่ 1 ได้ปฏิบัติถูกต้องตามสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ที่ได้ทำไว้กับโจทก์ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมนั้นแล้ว
จำเลยที่ 1 นำงานวรรณกรรมของโจทก์มาสร้างเป็นภาพยนตร์ เป็นการดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์โดยได้รับอนุญาตจากโจทก์ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยที่ 1 จึงมีลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์ เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ที่ได้ดัดแปลงขึ้น จำเลยที่ 1 ย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวที่จะทำซ้ำ หรือดัดแปลง หรือนำออกโฆษณาซึ่งงานภาพยนตร์ หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานภาพยนตร์นั้น ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์นั้นแก่ผู้อื่น และอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิในการทำซ้ำหรือดัดแปลงหรือนำออกโฆษณาหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานภาพยนตร์นั้นตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ทันทีที่สร้างสรรค์งานภาพยนตร์นั้นเสร็จ และมีสิทธิแต่ผู้เดียวในการให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานภาพยนตร์นั้นเพิ่มขึ้นอีกตามมาตรา 15 (3) และมาตรา 78 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ในวันที่ 22 มีนาคม 2538 อันเป็นวันที่ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ใช้บังคับ โดยมีอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์เป็นเวลา 50 ปี นับแต่ปี 2528 อันเป็นปีที่จำเลยที่ 1 ได้สร้างสรรค์งานภาพยนตร์นั้นขึ้นตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 มาตรา 18 ประกอบมาตรา 16 วรรคท้าย
อย่างไรก็ตามสิทธิที่จำเลยที่ 1 มี นั้น ต้องไม่กระทบกระเทือนสิทธิของโจทก์ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในงานวรรณกรรมเรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ เดิมที่ถูกดัดแปลงนั้น ตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่จำเลยที่ 1 ดัดแปลงวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ และสิทธิแต่ผู้เดียวของโจทก์ในงานวรรณกรรมคงมีอยู่ตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมของโจทก์ซึ่งมีอยู่ตลอดชีวิตของโจทก์ผู้สร้างสรรค์และมีอยู่ต่อไปอีก 30 ปีนับแต่โจทก์ถึงแก่ความตาย ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 มาตรา 5 (ข) และมาตรา 14 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่โจทก์สร้างสรรค์งานวรรณกรรมเรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ โดยโจทก์ไม่มีลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์ เพราะเป็นงานอันเป็นลิขสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ดัดแปลงงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์โดยได้รับอนุญาตจากโจทก์ ดังนั้น จำเลยที่ 1 จึงมีสิทธิแต่ผู้เดียวในการทำซ้ำหรือดัดแปลงงานภาพยนตร์มีลิขสิทธิ์เรื่องผีเสื้อและดอกไม้ เป็นงานในรูปแบบใดก็ได้ อันเป็นสิทธิที่จำเลยที่ 1 ได้มาโดยผลของกฎหมาย แม้ในสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จะระบุให้จำเลยที่ 1 สามารถนำภาพยนตร์ที่สร้างไว้ออกทำซ้ำและเผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ ได้ โดยไม่ได้ระบุถึงการทำในรูปแบบวิดีโอซีดี ก็ไม่ทำให้สิทธิแต่ผู้เดียวของจำเลยที่ 1 ในการทำซ้ำหรือดัดแปลงภาพยนตร์ดังกล่าว อันเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของตนที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายและได้มาโดยผลของกฎหมายนั้นเสียไป เพราะโจทก์มีสิทธิที่จะกำหนดเงื่อนไขในสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ของตนได้เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของตนเท่านั้น ดังนั้นการที่จำเลยที่ 1 อนุญาตให้บริษัทจำเลยที่ 7 นำภาพยนตร์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้อันมีลิขสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 ไปทำซ้ำและนำออกจำหน่ายในวัสดุรูปแบบวิดีโอซีดีจึงไม่ใช่การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานวรรณกรรมเรื่องผีเสื้อและดอกไม้ซึ่งโจทก์มีลิขสิทธิ์ จึงไม่เป็นความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมของโจทก์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 27 (1) และมาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (1)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 ม.5 พระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 ม.14 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.9 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.13 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.16 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.18 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.50 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.15 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.27 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.31 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.69 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.70 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.78
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งแปดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 27, 31, 69, 70, 74, 75 และ 78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 และ 91 ขอให้ศาลสั่งจ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งแก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีมีมูลให้ประทับฟ้อง
จำเลยทั้งแปดให้การปฏิเสธ
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า การที่จำเลยทั้งแปดนำภาพยนตร์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ ซึ่งโจทก์อนุญาตให้จำเลยที่ 1 นำงานวรรณกรรมเรื่องดังกล่าวอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ไปสร้างเป็นภาพยนตร์ไปทำซ้ำ หรือดัดแปลงเป็นวิดีโอซีดีเพื่อขายและมีไว้เพื่อขายเป็นความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมของโจทก์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 27 (1) และมาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (1) ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าในปี 2527 บริษัทจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตจากโจทก์ตามสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ให้นำงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ ไปสร้างเป็นภาพยนตร์ภายใน 5 ปีนับแต่วันทำสัญญาดังกล่าว และจำเลยที่ 1 ได้นำงานวรรณกรรมนั้นไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ เมื่อปี 2528 ซึ่งเป็นการสร้างภาพยนตร์ภายใน 5 ปี นับแต่วันทำสัญญาดังกล่าวในปี 2527 แสดงว่าจำเลยที่ 1 ได้ปฏิบัติถูกต้องตามสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ที่ได้ทำไว้กับโจทก์ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมนั้นแล้ว การที่จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 นำงานวรรณกรรมของโจทก์มาสร้างเป็นภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นการดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์โดยได้รับอนุญาตจากโจทก์ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ดัดแปลงนั้นจึงมีลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ ที่ได้ดัดแปลงขึ้น แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของโจทก์ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในงานวรรณกรรมเรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ เดิมที่ถูกดัดแปลงนั้น ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ดัดแปลงวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ กล่าวคือบริษัทจำเลยที่ 1 ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์ที่ได้ดัดแปลงย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวที่จะทำซ้ำหรือดัดแปลงหรือนำออกโฆษณาซึ่งงานภาพยนตร์ หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานภาพยนตร์นั้นให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์นั้นแก่ผู้อื่น และอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิในการทำซ้ำหรือดัดแปลงหรือนำออกโฆษณาหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานภาพยนตร์นั้นตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ทันทีที่สร้างสรรค์งานภาพยนตร์นั้นเสร็จในปี 2528 และมีสิทธิแต่ผู้เดียวในการให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานภาพยนตร์นั้นเพิ่มขึ้นอีกตามมาตรา 15 (3) และมาตรา 78 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ในวันที่ 22 มีนาคม 2538 อันเป็นวันที่พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ใช้บังคับ โดยมีอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์เป็นเวลา 50 ปี นับแต่ปี 2528 อันเป็นปีที่บริษัทจำเลยที่ 1 ได้สร้างสรรค์งานภาพยนตร์นั้นขึ้นตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 มาตรา 18 ประกอบมาตรา 16 วรรคท้าย แต่ทั้งนี้สิทธิแต่ผู้เดียวของโจทก์เฉพาะในงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ เดิมที่โจทก์สร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปี 2518 ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พุทธศักราช 2474 มาตรา 4 และมาตรา 7 ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่โจทก์สร้างสรรค์งานวรรณกรรมนั้นขึ้น สิทธิแต่ผู้เดียวตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 มาตรา 13 และมาตรา 50 วรรคหนึ่ง และสิทธิแต่ผู้เดียวตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 15 และ 78 วรรคหนึ่ง มิได้ถูกกระทบกระเทือน สิทธิแต่ผู้เดียวของโจทก์ในงานวรรณกรรมนั้นมีอยู่อย่างไร ก็คงมีอยู่อย่างนั้นตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมของโจทก์ซึ่งมีอยู่ตลอดชีวิตของโจทก์ผู้สร้างสรรค์และมีอยู่ต่อไปอีก 30 ปีนับแต่โจทก์ถึงแก่ความตาย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พุทธศักราช 2474 มาตรา 5 (ข) และมาตรา 14 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่โจทก์สร้างสรรค์งานวรรณกรรมเรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ เสร็จในปี 2518 โจทก์ไม่มีลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ ที่จำเลยที่ 1 ได้ดัดแปลงจากงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์โดยได้รับอนุญาตจากโจทก์เพราะมิได้เป็นผู้ดัดแปลงสร้างสรรค์ภาพยนตร์นั้น ดังนี้ สิทธิแต่ผู้เดียวในการทำซ้ำหรือดัดแปลงงานภาพยนตร์อันมีลิขสิทธิ์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ จึงเป็นของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ย่อมมีสิทธิที่จะทำซ้ำหรือดัดแปลงภาพยนตร์นั้นเป็นงานในรูปแบบใดก็ได้ไม่ว่าจะเป็นรูปของภาพยนตร์ เทปบันทึกภาพยนตร์ ภาพยนตร์โทรทัศน์ แถบบันทึกภาพและเสียง หรือแม้แต่ในรูปของวิดีโอซีดี ซึ่งขณะที่จำเลยที่ 1 ได้ลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ ในปี 2528 ยังไม่มีก็ตาม เพราะสิทธิดังกล่าวเป็นสิทธิที่จำเลยที่ 1 ได้มาโดยผลของกฎหมาย แม้สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จะระบุว่า จำเลยที่ 1 สามารถนำภาพยนตร์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ ที่สร้างไว้ออกทำซ้ำและเผยแพร่ต่อสาธารณชนในรูปแบบต่าง ๆ อันได้แก่ ภาพยนตร์ เทปบันทึกภาพยนตร์ ภาพยนตร์โทรทัศน์ และแถบบันทึกภาพและเสียงได้ตลอดไปโดยมิได้ระบุถึงการทำในรูปแบบของวิดีโอซีดีเพราะขณะนั้นยังไม่มีด้วยก็ตามก็ไม่ทำให้สิทธิแต่ผู้เดียวของจำเลยที่ 1 ในการทำซ้ำหรือดัดแปลงภาพยนตร์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ อันเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของตนไม่ว่าในรูปแบบใดรวมทั้งในรูปของวิดีโอซีดีที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายและได้มาโดยผลของกฎหมายนั้นเสียไป โจทก์มีสิทธิที่จะกำหนดเงื่อนไขในสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ของตนได้เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของตนเท่านั้น การที่จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ทำซ้ำภาพยนตร์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ ในปี 2543 จึงเป็นการทำซ้ำแก่งานภาพยนตร์อันมีลิขสิทธิ์ของตนตามสิทธิที่มีอยู่ในพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 15 (1) และมาตรา 78 วรรคหนึ่ง แม้จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ก็ไม่เป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ เพราะจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 มิได้ทำซ้ำแก่งานวรรณกรรมเรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์แต่อย่างใด ส่วนที่จำเลยที่ 1 อนุญาตให้บริษัทจำเลยที่ 7 ซึ่งมีจำเลยที่ 8 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนนำภาพยนตร์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ อันมีลิขสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 ไปทำซ้ำและนำออกจำหน่ายในวัสดุรูปแบบวิดีโอซีดีเมื่อปี 2543 นั้นก็เป็นการที่จำเลยที่ 1 ใช้สิทธิแต่ผู้เดียวในการอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิของตนในการทำซ้ำและดัดแปลงที่มีอยู่ในงานภาพยนตร์อันมีลิขสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 15 (5) และมาตรา 78 วรรคหนึ่ง การอนุญาตให้จำเลยที่ 7 ใช้สิทธิดังกล่าวมิใช่การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานวรรณกรรมเรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ ซึ่งโจทก์มีลิขสิทธิ์อันจะถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 27 (1) หรือ (2) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 การที่จำเลยที่ 1 อนุญาตให้จำเลยที่ 7 นำภาพยนตร์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ ไปทำซ้ำเป็นวิดีโอซีดีจึงไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมเรื่องดังกล่าวของโจทก์เช่นกัน สำหรับบริษัทจำเลยที่ 7 โดยจำเลยที่ 8 ซึ่งเป็นผู้ทำซ้ำภาพยนตร์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ เป็นวิดีโอซีดีนั้น แม้งานภาพยนตร์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ จะมีงานวรรณกรรมเรื่องดังกล่าวอันเป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์รวมอยู่ด้วยก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ได้อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ดัดแปลงงานวรรณกรรมนั้นเป็นงานภาพยนตร์และงานภาพยนตร์นั้นตกเป็นลิขสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 1 ย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวที่จะอนุญาตให้ผู้อื่นทำซ้ำหรือดัดแปลงงานภาพยนตร์นั้นได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากโจทก์ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมนั้นก่อน เมื่อจำเลยที่ 7 โดยจำเลยที่ 8 ได้รับอนุญาตจากจำเลยที่ 1 ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ ให้นำงานภาพยนตร์นั้นไปทำซ้ำเป็นวิดีโอซีดี จำเลยที่ 7 โดยจำเลยที่ 8 จึงมีสิทธิโดยชอบตามสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 7 ที่จะทำซ้ำแก่งานภาพยนตร์นั้นเป็นวิดีโอซีดีได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากโจทก์ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมเรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ ก่อน การกระทำดังกล่าวของจำเลยที่ 7 โดยจำเลยที่ 8 ไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมเรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ ของโจทก์เช่นกัน เพราะจำเลยที่ 7 และที่ 8 มิได้ทำซ้ำแก่งานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์แต่อย่างใด ดังนี้ การที่จำเลยทั้งแปดนำภาพยนตร์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ ซึ่งโจทก์อนุญาตให้จำเลยที่ 1 นำงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ดังกล่าวไปสร้างเป็นภาพยนตร์ไปทำซ้ำเป็นวิดีโอซีดีเพื่อขายและมีไว้เพื่อขายดังกล่าว จึงไม่เป็นความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมของโจทก์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 27 (1) และมาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (1) ตามฟ้อง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2572/2548
นายมกุฎ มกุฎอรฤดี โจทก์
บริษัทไฟว์สตาร์โปรดักชั่น จำกัด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายมกุฎ มกุฎอรฤดี · จำเลย - บริษัทไฟว์สตาร์โปรดักชั่น จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิชิต คำแฝง · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · อุดมศักดิ์ นิติมนตรี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายทวีวัฒน์ โสวรัตนพงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา