⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9525/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9525/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ในคดีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ให้สันนิษฐานว่างานที่ถูกฟ้องร้องเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง และผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงนั้น หากจำเลยมิได้โต้แย้งความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงอย่างชัดแจ้ง ผู้เสียหายย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานดังกล่าวโดยไม่ต้องสืบพยานเพิ่มเติม

ย่อคำพิพากษา

คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า งานที่มีการฟ้องร้องในคดีนั้นเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง ผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง การที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยถือว่าเป็น การฟ้องคดีแทนผู้เสียหาย จึงต้องถือว่าผู้เสียหายได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 62 เช่นเดียวกับที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ จำเลยปฏิเสธฟ้องโจทก์แต่เพียงว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดเท่านั้น เมื่อจำเลยไม่ให้การหรือนำสืบโต้แย้งว่า ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานดนตรีกรรมตามฟ้อง หรือโต้แย้งสิทธิของผู้เสียหายในงานดังกล่าวมาโดยชัดแจ้ง ผู้เสียหายย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 62 วรรคหนึ่ง ว่า งานดนตรีกรรมที่มีการฟ้องร้องเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายโดยโจทก์ไม่จำต้องสืบพยานในข้อนี้อีก ดังนั้น ไม่ว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาในข้อนี้จะมีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้หรือไม่ก็ตาม ก็ไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อคดีของโจทก์ งานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องรวม 22 เพลง เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายและแผ่นซีดีของกลางซึ่งบันทึกงานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องดังกล่าวเป็นแผ่นซีดีเพลงที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย จำเลยได้เสนอขายแผ่นซีดีเพลงวัตถุพยานของกลางซึ่งมีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายให้แก่พนักงานของผู้เสียหายผู้ล่อซื้อและพฤติการณ์ที่มีการวางปกแผ่นซีดีเพลงดังกล่าวในร้านค้าที่เกิดเหตุ ย่อมชี้ให้เห็นได้โดยชัดแจ้งว่าจำเลยมีเจตนาที่จะเสนอขายแผ่นซีดีเพลงตามแผ่นปกดังกล่าวมาแต่ต้นแล้ว กรณีนี้ถือไม่ได้ว่า พนักงานของผู้เสียหายเป็นผู้ก่อให้จำเลยกระทำความผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.84 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.31 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.62 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.70

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 28, 31, 70, 75 และ 76 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 และ 33 ให้แผ่นซีดีเพลงของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ จ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหาย ริบซองพัสดุ สำเนาใบเสร็จ และซองใส่แผ่นซีดีเพลงพร้อมปกของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (ที่ถูก 31 (1)) และ 70 วรรคสอง จำคุก 3 เดือน และปรับ 60,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้แผ่นซีดีเพลงของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และจ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหาย ริบ (ซองพัสดุ สำเนาใบเสร็จ และซองใส่แผ่นซีดีเพลงพร้อมปก) ของกลาง จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดบ๊อกซิ่งซาวด์ ผู้เสียหายจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการจัดแสดงมหรสพทุกประเภท ผู้เสียหายได้มอบอำนาจให้นางสาวจุฑามาศ มีอำนาจแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีแก่บุคคลใดๆ ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสิ่งบันทึกเสียงของผู้เสียหาย รวมทั้งให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ด้วย และสำหรับข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบเกี่ยวกับงานดนตรีกรรมตามฟ้องยังฟังไม่ได้ชัดเจนว่าผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานดนตรีกรรมดังกล่าวนั้น ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 62 วรรคหนึ่งได้บัญญัติไว้ว่า "คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า งานที่มีการฟ้องร้องในคดีนั้นเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ และโจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงในงานดังกล่าว เว้นแต่จำเลยจะโต้แย้งว่า ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงหรือโต้แย้งสิทธิของโจทก์" เห็นว่า การที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ถือว่าเป็นการฟ้องคดีแทนผู้เสียหาย จึงต้องถือว่าผู้เสียหายได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามบทกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกับที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องคดีเอง ตามคำให้การจำเลยฉบับลงวันที่ 7 มีนาคม 2543 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางบันทึกคำให้การจำเลยไว้ว่า "ข้าพเจ้าขอให้การปฏิเสธตามฟ้อง" และต่อมาจำเลยก็ได้ยื่นคำให้การจำเลยฉบับลงวันที่ 10 เมษายน 2543 ขอให้การใหม่ว่า "ขอให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหาของโจทก์ และขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง ปล่อยจำเลยให้พ้นข้อกล่าวหาด้วย" เท่ากับว่าจำเลยปฏิเสธฟ้องโจทก์แต่เพียงว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดตามฟ้องเท่านั้น เมื่อจำเลยไม่ให้การหรือนำสืบโต้แย้งว่า ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานดนตรีกรรมตามฟ้อง หรือโต้แย้งสิทธิของผู้เสียหายในงานดังกล่าวมาโดยชัดแจ้ง ผู้เสียหายย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามบทกฎหมายดังกล่าวว่างานดนตรีกรรมที่มีการฟ้องร้องในคดีนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายตามที่โจทก์ฟ้อง โดยโจทก์ไม่จำต้องสืบพยานในข้อนี้อีก ดังนั้น ไม่ว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาในข้อนี้จะมีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้หรือไม่ก็ตาม ก็ไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อคดีของโจทก์ซึ่งได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามบทกฎหมายดังกล่าว ข้อเท็จจริงจึงรับฟังเป็นที่ยุติได้ว่า งานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องรวม 22 เพลง เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายและแผ่นซีดีของกลางซึ่งบันทึกงานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องดังกล่าวเป็นแผ่นซีดีเพลงที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย และคดีฟังยุติได้อีกว่านายโชคชัยผู้รับมอบอำนาจช่วงจากผู้เสียหายมีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลยได้ สำหรับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2534 ที่จำเลยอ้างมาในอุทธรณ์นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยต่อไปว่า จำเลยได้กระทำผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า งานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องรวม 22 เพลง เป็นงานมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายและแผ่นซีดีของกลางซึ่งเป็นบันทึกงานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องดังกล่าว เป็นแผ่นซีดีเพลงที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย จำเลยได้เสนอขายแผ่นซีดีเพลงของกลาง ซึ่งมีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายให้แก่นายดำรงพนักงานของผู้เสียหายผู้ล่อซื้อจริง และกรณีนี้ถือไม่ได้ว่า พนักงานของผู้เสียหายเป็นผู้ก่อให้จำเลยกระทำความผิดดังที่จำเลยอ้างมาในอุทธรณ์เพราะพฤติการณ์ที่มีการวางปกแผ่นซีดีเพลงดังกล่าวในร้านค้าที่เกิดเหตุ ย่อมชี้ให้เห็นได้โดยชัดแจ้งว่าจำเลยมีเจตนาที่จะเสนอขายแผ่นซีดีปกดังกล่าวมาแต่ต้นแล้ว พยานหลักฐานของจำเลยไม่อาจฟ้องหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9525/2544 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางเพชรณี ตั้งความดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นางเพชรณี ตั้งความดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรชาติ บุญศิริพันธ์ · เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · พินิจ เพชรรุ่ง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายบุญไชย ธนาพันธ์สิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 185/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 824/2535ฎีกา 8080/2538ฎีกา 712/2559ฎีกา 1715/2545ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1148/2534ฎีกา 831/2541ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 5806/2534ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1813/2531ฎีกา 2724/2519ฎีกา 2386/2541ฎีกา 1211/2481
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา