⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9525/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9525/2544

พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.31, 62, 70 · ป.อาญา ม.59, 84

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ในคดีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ให้สันนิษฐานว่างานที่ถูกฟ้องร้องเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง และผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงนั้น หากจำเลยมิได้โต้แย้งความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงอย่างชัดแจ้ง ผู้เสียหายย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานดังกล่าวโดยไม่ต้องสืบพยานเพิ่มเติม

ย่อคำพิพากษา

คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า งานที่มีการฟ้องร้องในคดีนั้นเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง ผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง การที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยถือว่าเป็น การฟ้องคดีแทนผู้เสียหาย จึงต้องถือว่าผู้เสียหายได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 62 เช่นเดียวกับที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ จำเลยปฏิเสธฟ้องโจทก์แต่เพียงว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดเท่านั้น เมื่อจำเลยไม่ให้การหรือนำสืบโต้แย้งว่า ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานดนตรีกรรมตามฟ้อง หรือโต้แย้งสิทธิของผู้เสียหายในงานดังกล่าวมาโดยชัดแจ้ง ผู้เสียหายย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 62 วรรคหนึ่ง ว่า งานดนตรีกรรมที่มีการฟ้องร้องเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายโดยโจทก์ไม่จำต้องสืบพยานในข้อนี้อีก ดังนั้น ไม่ว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาในข้อนี้จะมีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้หรือไม่ก็ตาม ก็ไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อคดีของโจทก์ งานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องรวม 22 เพลง เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายและแผ่นซีดีของกลางซึ่งบันทึกงานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องดังกล่าวเป็นแผ่นซีดีเพลงที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย จำเลยได้เสนอขายแผ่นซีดีเพลงวัตถุพยานของกลางซึ่งมีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายให้แก่พนักงานของผู้เสียหายผู้ล่อซื้อและพฤติการณ์ที่มีการวางปกแผ่นซีดีเพลงดังกล่าวในร้านค้าที่เกิดเหตุ ย่อมชี้ให้เห็นได้โดยชัดแจ้งว่าจำเลยมีเจตนาที่จะเสนอขายแผ่นซีดีเพลงตามแผ่นปกดังกล่าวมาแต่ต้นแล้ว กรณีนี้ถือไม่ได้ว่า พนักงานของผู้เสียหายเป็นผู้ก่อให้จำเลยกระทำความผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.84 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.31 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.62 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.70

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 28, 31, 70, 75 และ 76 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 และ 33 ให้แผ่นซีดีเพลงของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ จ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหาย ริบซองพัสดุ สำเนาใบเสร็จ และซองใส่แผ่นซีดีเพลงพร้อมปกของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (ที่ถูก 31 (1)) และ 70 วรรคสอง จำคุก 3 เดือน และปรับ 60,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้แผ่นซีดีเพลงของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และจ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหาย ริบ (ซองพัสดุ สำเนาใบเสร็จ และซองใส่แผ่นซีดีเพลงพร้อมปก) ของกลาง จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดบ๊อกซิ่งซาวด์ ผู้เสียหายจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการจัดแสดงมหรสพทุกประเภท ผู้เสียหายได้มอบอำนาจให้นางสาวจุฑามาศ มีอำนาจแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีแก่บุคคลใดๆ ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสิ่งบันทึกเสียงของผู้เสียหาย รวมทั้งให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ด้วย และสำหรับข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบเกี่ยวกับงานดนตรีกรรมตามฟ้องยังฟังไม่ได้ชัดเจนว่าผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานดนตรีกรรมดังกล่าวนั้น ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 62 วรรคหนึ่งได้บัญญัติไว้ว่า "คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า งานที่มีการฟ้องร้องในคดีนั้นเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ และโจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงในงานดังกล่าว เว้นแต่จำเลยจะโต้แย้งว่า ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงหรือโต้แย้งสิทธิของโจทก์" เห็นว่า การที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ถือว่าเป็นการฟ้องคดีแทนผู้เสียหาย จึงต้องถือว่าผู้เสียหายได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามบทกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกับที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องคดีเอง ตามคำให้การจำเลยฉบับลงวันที่ 7 มีนาคม 2543 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางบันทึกคำให้การจำเลยไว้ว่า "ข้าพเจ้าขอให้การปฏิเสธตามฟ้อง" และต่อมาจำเลยก็ได้ยื่นคำให้การจำเลยฉบับลงวันที่ 10 เมษายน 2543 ขอให้การใหม่ว่า "ขอให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหาของโจทก์ และขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง ปล่อยจำเลยให้พ้นข้อกล่าวหาด้วย" เท่ากับว่าจำเลยปฏิเสธฟ้องโจทก์แต่เพียงว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดตามฟ้องเท่านั้น เมื่อจำเลยไม่ให้การหรือนำสืบโต้แย้งว่า ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานดนตรีกรรมตามฟ้อง หรือโต้แย้งสิทธิของผู้เสียหายในงานดังกล่าวมาโดยชัดแจ้ง ผู้เสียหายย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามบทกฎหมายดังกล่าวว่างานดนตรีกรรมที่มีการฟ้องร้องในคดีนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายตามที่โจทก์ฟ้อง โดยโจทก์ไม่จำต้องสืบพยานในข้อนี้อีก ดังนั้น ไม่ว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาในข้อนี้จะมีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้หรือไม่ก็ตาม ก็ไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อคดีของโจทก์ซึ่งได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามบทกฎหมายดังกล่าว ข้อเท็จจริงจึงรับฟังเป็นที่ยุติได้ว่า งานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องรวม 22 เพลง เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายและแผ่นซีดีของกลางซึ่งบันทึกงานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องดังกล่าวเป็นแผ่นซีดีเพลงที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย และคดีฟังยุติได้อีกว่านายโชคชัยผู้รับมอบอำนาจช่วงจากผู้เสียหายมีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลยได้ สำหรับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2534 ที่จำเลยอ้างมาในอุทธรณ์นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยต่อไปว่า จำเลยได้กระทำผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า งานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องรวม 22 เพลง เป็นงานมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายและแผ่นซีดีของกลางซึ่งเป็นบันทึกงานดนตรีกรรมตามรายชื่อเพลงท้ายฟ้องดังกล่าว เป็นแผ่นซีดีเพลงที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย จำเลยได้เสนอขายแผ่นซีดีเพลงของกลาง ซึ่งมีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายให้แก่นายดำรงพนักงานของผู้เสียหายผู้ล่อซื้อจริง และกรณีนี้ถือไม่ได้ว่า พนักงานของผู้เสียหายเป็นผู้ก่อให้จำเลยกระทำความผิดดังที่จำเลยอ้างมาในอุทธรณ์เพราะพฤติการณ์ที่มีการวางปกแผ่นซีดีเพลงดังกล่าวในร้านค้าที่เกิดเหตุ ย่อมชี้ให้เห็นได้โดยชัดแจ้งว่าจำเลยมีเจตนาที่จะเสนอขายแผ่นซีดีปกดังกล่าวมาแต่ต้นแล้ว พยานหลักฐานของจำเลยไม่อาจฟ้องหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9525/2544 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางเพชรณี ตั้งความดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นางเพชรณี ตั้งความดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรชาติ บุญศิริพันธ์ · เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · พินิจ เพชรรุ่ง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายบุญไชย ธนาพันธ์สิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 99/2541ฎีกา 185/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 824/2535ฎีกา 8080/2538ฎีกา 712/2559ฎีกา 1715/2545ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1148/2534ฎีกา 831/2541ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 5806/2534ฎีกา 5957/2530ฎีกา 3588/2564ฎีกา 1813/2531ฎีกา 16561/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา