⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 361/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 361/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากนายจ้างประสงค์จะโต้แย้งคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานที่ให้จ่ายเงินแก่ลูกจ้าง นายจ้างต้องวางเงินตามจำนวนที่โต้แย้งต่อศาล และต้องชำระเงินส่วนที่ไม่ติดใจโต้แย้งแก่ลูกจ้างเสียก่อนจึงจะมีอำนาจฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 125 วรรคสาม กำหนดไว้อย่างชัดแจ้งว่า ในกรณีที่นายจ้างไม่พอใจคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานที่สั่งให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้าง และนายจ้างประสงค์จะนำคดีไปสู่ศาลแรงงานเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งนั้น นายจ้างจะต้องวางเงินตามจำนวนที่นายจ้างประสงค์จะโต้แย้งต่อศาลซึ่งอาจเป็นจำนวนทั้งหมดตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานหรือเพียงบางส่วนก็ได้ และในกรณีที่เป็นการโต้แย้งคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานเพียงบางส่วน นายจ้างจะต้องชำระเงินส่วนที่ไม่ติดใจโต้แย้งแก่ลูกจ้างเสียก่อนนายจ้างจึงจะมีอำนาจฟ้อง เมื่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้โจทก์จ่ายเงินให้แก่ ฐ. กับพวกรวม 43 คน ซึ่งเป็นลูกจ้างโจทก์เป็นเงิน 6,505,487 บาท โจทก์เพียงแต่อ้างว่าโจทก์ควรจ่ายเงินให้แก่ ฐ. กับพวกเพียง 497,801 บาท เท่านั้น แต่ก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ ฐ. กับพวกแต่อย่างใด ดังนั้น หากโจทก์ต้องการนำคดีไปสู่ศาลแรงงานเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 2 โจทก์ต้องวางเงินจำนวน 6,505,487 บาท มิใช่จำนวน 497,801 บาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.125

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงาน ที่ให้โจทก์จ่ายค่าจ้าง ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ค่าคอมมิชชัน และค่าชดเชยให้แก่นางสาวฐิติภา โตบัญชาพร กับพวกรวม 43 คน ซึ่งเป็นลูกจ้างของโจทก์เป็นเงินรวม 6,505,487 บาท โดยโจทก์กล่าวอ้างโดยสรุปว่าโจทก์ต้องรับผิดชดใช้เงินให้แก่นางสาวฐิติภากับพวกเป็นเงินเพียง 497,801 บาท ตามที่โจทก์เคยเสนอไว้เท่านั้น และโจทก์ขอวางเงินจำนวน 497,801 บาท ต่อศาล ศาลแรงงานกลางไม่อนุญาตและมีคำสั่งไม่รับฟ้องโจทก์ ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานตรวจสำนวนวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้โจทก์จ่ายเงินค่าจ้าง ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ค่าคอมมิชชัน และค่าชดเชยให้แก่นางสาวฐิติภากับพวกรวม 43 คน ซึ่งเป็นลูกจ้างของโจทก์เป็นเงินรวม 6,505,487 บาท โจทก์อ้างว่าโจทก์ควรจ่ายเงินให้แก่นางสาวฐิติภากับพวกเป็นเงินเพียง 497,801 บาท เท่านั้น และโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้โดยจะขอวางเงินต่อศาลจำนวน 497,801 บาท มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ในการยื่นฟ้องคดีนี้โจทก์จะต้องวางเงินต่อศาลเพียงใด เห็นว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 125 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เมื่อพนักงานตรวจแรงงานได้มีคำสั่งตามมาตรา 124 แล้ว ถ้านายจ้าง ลูกจ้าง หรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายไม่พอใจคำสั่งนั้น ให้นำคดีไปสู่ศาลได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง" และวรรคสามบัญญัติว่า "ในกรณีที่นายจ้างเป็นฝ่ายนำคดีไปสู่ศาล นายจ้างต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่ถึงกำหนดจ่ายตามคำสั่งนั้น จึงจะฟ้องคดีได้" ตามบทบัญญัติดังกล่าวกำหนดไว้อย่างชัดแจ้งว่า ในกรณีที่นายจ้างไม่พอใจคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานที่สั่งให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้าง และนายจ้างประสงค์จะนำคดีไปสู่ศาลแรงงานเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งนั้น นายจ้างจะต้องวางเงินตามจำนวนที่นายจ้างประสงค์จะโต้แย้งต่อศาลซึ่งอาจเป็นจำนวนทั้งหมดตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน หรือเพียงบางส่วนก็ได้ และในกรณีที่เป็นการโต้แย้งคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานเพียงบางส่วน นายจ้างจะต้องชำระเงินส่วนที่ไม่ติดใจโต้แย้งแก่ลูกจ้างเสียก่อน นายจ้างจึงจะมีอำนาจฟ้อง คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้โจทก์จ่ายเงินให้แก่นางสาวฐิติภากับพวกรวม 43 คน ซึ่งเป็นลูกจ้างของโจทก์เป็นเงินรวม 6,505,487 บาท โจทก์เพียงแต่อ้างว่าโจทก์ควรจ่ายเงินให้แก่นางสาวฐิติภากับพวกเพียง 497,801 บาท เท่านั้น แต่ก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่นางสาวฐิติภากับพวกแต่อย่างใด ฉะนั้นหากโจทก์ต้องการนำคดีไปสู่ศาลแรงงานเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 2 ดังกล่าว โจทก์ต้องวางเงินจำนวน 6,505,487 บาท ต่อศาลแรงงานกลางก่อน โจทก์จึงจะมีอำนาจฟ้อง มิใช่วางเงินจำนวน 497,801 บาท ตามที่โจทก์อ้าง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับฟ้องโจทก์ชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 361/2548 บริษัท เซ็นทรัลเจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โจทก์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เซ็นทรัลเจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด · จำเลย - กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปัญญา สุทธิบดี · ชวลิต ยอดเณร · พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8631/2550ฎีกา 15617/2558ฎีกา 7084-7289/2548ฎีกา 2068/2559ฎีกา 6698/2549ฎีกา 2172/2542ฎีกา 13823/2555ฎีกา 363/2548ฎีกา 6492/2557ฎีกา 1353/2551ฎีกา 7097/2550ฎีกา 7208/2545ฎีกา 11683-11703/2553ฎีกา 4029/2548ฎีกา 5371/2549ฎีกา 2192/2548ฎีกา 10450-10452/2559ฎีกา 39/2567ฎีกา 6076-6077/2549ฎีกา 238/2545ฎีกา 5033/2549ฎีกา 6296/2548ฎีกา 5979/2549ฎีกา 8792/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ