คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3724/2548
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดกมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้จัดการมรดกได้ หากผู้จัดการมรดกละเลยไม่ทำการตามหน้าที่หรือมีเหตุอันสมควรอื่น แต่การโต้แย้งสิทธิในทรัพย์มรดกนั้นเป็นคนละส่วนกับการขอถอนผู้จัดการมรดก
ย่อคำพิพากษา
การที่โจทก์อ้างว่าเป็นสามีไม่ชอบด้วยกฎหมายของ ส. เจ้ามรดกและมีกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์มรดกเพราะทำมาหาได้ร่วมกัน ถือว่าโจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้จัดการมรดกได้
เมื่อศาลได้มีคำสั่งตั้งจำเลยให้เป็นผู้จัดการมรดกของ ส. แล้ว การที่โจทก์จะยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดกได้นั้น กรณีจึงต้องมีเหตุตามกฎหมาย คือ ผู้จัดการมรดกละเลยไม่ทำการตามหน้าที่หรือเพราะเหตุอย่างอื่นที่สมควร ข้ออ้างที่โจทก์ว่าจำเลยโอนที่ดินและเบิกถอนเงินฝากในธนาคารไปอย่างรีบร้อนและไม่จำเป็นซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวโจทก์และเจ้ามรดกทำมาหาได้ร่วมกัน แม้เป็นจริงดังอ้างก็เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์เท่านั้น โจทก์ชอบที่จะฟ้องเป็นคดีได้ต่างหากอยู่แล้ว ส่วนการที่อ้างว่าจำเลยไม่ทำบัญชีทรัพย์มรดกนั้น ทรัพย์มรดกต่าง ๆ ก็มีระบุไว้ในพินัยกรรมแล้ว กรณีดังนี้หาใช่เหตุที่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกละเลยไม่ทำการตามหน้าที่หรือเหตุอื่นอันสมควรให้ศาลสั่งถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727 ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนพินัยกรรมของนางสาวสุมาลัยและขอให้ถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวสุมาลัย
ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องของโจทก์แล้ว เห็นว่า โจทก์เคยฟ้องจำเลยขอให้เพิกถอนพินัยกรรมของนางสาวสุมาลัยเป็นคดีหมายเลขดำที่ 144/2542 ของศาลชั้นต้น ซึ่งคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณา โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยขอให้เพิกถอนพินัยกรรมของนางสาวสุมาลัยเป็นคดีนี้อีก ฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับคำขอบังคับที่ขอให้เพิกถอนพินัยกรรมของนางสาวสุมาลัยจึงเป็นฟ้องซ้อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์ในส่วนดังกล่าวและรับฟ้องเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับคำขอบังคับที่ให้ถอนจำเลยออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวสุมาลัยเท่านั้น
จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอให้ศาลสั่งถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวสุมาลัยเจ้าของมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727 หรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นสามีไม่ชอบด้วยกฎหมายของนางสาวสุมาลัยเจ้ามรดกและมีกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์มรดกเพราะทำมาหาได้ร่วมกัน ถือว่าโจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้จัดการมรดกได้ แต่เนื่องจากศาลได้มีคำสั่งตั้งจำเลยให้เป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวสุมาลัยแล้ว เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดก กรณีจึงต้องมีเหตุตามกฎหมายคือ ผู้จัดการมรดกละเลยไม่ทำการตามหน้าที่หรือเพราะเหตุอย่างอื่นที่สมควร ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่า จำเลยโอนที่ดินและเบิกถอนเงินฝากในธนาคารไปอย่างรีบร้อนและไม่จำเป็นซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวโจทก์และเจ้ามรดกทำมาหาได้ร่วมกันนั้น แม้เป็นจริงดังอ้างก็เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์เท่านั้น โจทก์ชอบที่จะฟ้องเป็นคดีได้ต่างหากอยู่แล้ว ส่วนการที่อ้างว่าจำเลยไม่ทำบัญชีทรัพย์มรดกนั้น ทรัพย์มรดกต่าง ๆ ก็มีระบุไว้ในพินัยกรรมแล้ว กรณีดังนี้หาใช่เหตุที่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกละเลยไม่ทำการตามหน้าที่หรือเหตุอื่นอันสมควรให้ศาลสั่งถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727 ไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองยกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3724/2548
นายกองพล อานุภาพ โจทก์
นายสงวน ปราณีจิตต์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายกองพล อานุภาพ · จำเลย - นายสงวน ปราณีจิตต์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิระวรรณ ศิริบุตร · เกษม เวชศิลป์ · ไพโรจน์ วายุภาพ |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ