⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3785-3787/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3785-3787/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อกำหนดในพินัยกรรมที่ยกทรัพย์มรดกให้แก่บุคคลที่ถึงแก่ความตายก่อนผู้ทำพินัยกรรม ย่อมตกไปเป็นโมฆะ และทรัพย์มรดกนั้นจะตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม บุคคลที่อยู่กินฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส ไม่มีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม แต่หากมีทรัพย์สินที่ร่วมกันทำมาหาได้ ทรัพย์สินส่วนที่ร่วมกันทำมาหาได้นั้นย่อมต้องแบ่งเป็นของผู้มีส่วนได้เสียแต่ละฝ่าย บุตรนอกกฎหมายที่ผู้ตายได้รับรองแล้ว ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานและเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตาย

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายได้ทำพินัยกรรมไว้ ยกทรัพย์ทั้งหมดให้แก่นาง ต. ผู้เป็นมารดาเพียงผู้เดียว แต่นาง ต. มารดาผู้รับพินัยกรรมได้ถึงแก่ความตายก่อนผู้ตาย ข้อกำหนดพินัยกรรมซึ่งยกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้แก่นาง ต. มารดาย่อมตกไปตามมาตรา 1698 (1) ทรัพย์สินในส่วนที่เป็นมรดกจึงตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมตามมาตรา 1699 ประกอบมาตรา 1620 วรรคหนึ่ง แม้พินัยกรรมดังกล่าวมีข้อกำหนดให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดก แต่ความปรากฏในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาว่าผู้คัดค้านที่ 2 ถึงแก่ความตายและการจัดการมรดกเป็นสิทธิเฉพาะตัว จึงไม่อาจตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้องได้ เมื่อผู้ร้องกับผู้ตายอยู่กินฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสตามมาตรา 1457 ผู้ร้องจึงไม่เป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา 1629 วรรคสอง แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าบุคคลทั้งสองอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยาตั้งแต่ปี 2523 จนกระทั่งผู้ตายถึงแก่ความตาย ตลอดเวลาทำมาหาได้ร่วมกัน ดังนั้นทรัพย์สินที่ร่วมกันทำมาหาได้ ผู้ร้องจึงมีส่วนได้เสียในฐานะเจ้าของรวม เมื่อผู้ตายถึงแก่ความตายทรัพย์สินที่บุคคลทั้งสองร่วมกันทำมาหาได้ย่อมต้องแบ่งเป็นของผู้ร้องส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตาย ส่วนเด็กหญิง ญ. แม้จะมิใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายก็ตาม แต่ปรากฏตามสำเนาสูติบัตรว่าผู้ตายแจ้งว่าผู้ตายเป็นบิดาของเด็กหญิง ญ. ทั้งได้นำเด็กหญิง ญ. มาเลี้ยงดูอุปการะ ส่งเสียให้เล่าเรียนและให้ใช้ชื่อสกุลของผู้ตาย พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงได้ว่าผู้ตายได้รับรองเด็กหญิง ญ. เป็นบุตร ดังนั้นเด็กหญิง ญ. จึงเป็นบุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้ว ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 1627 และเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายตามมาตรา 1629 (1) ฉะนั้นผู้ร้องในฐานะส่วนตัวและฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กหญิง ญ. จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตาย ผู้ร้องย่อมมีสิทธิร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกได้ตามมาตรา 1713 สำหรับผู้คัดค้านที่ 1 เป็นบุตรที่ผู้ตายได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตร ผู้คัดค้านที่ 1 จึงเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นผู้สืบสันดานตามมาตรา 1629 (1) ประกอบมาตรา 1547 มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1457 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1547 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1620 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1627 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1629 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1698 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1699 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสามสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกนางอรวรรณ ว่า ผู้ร้อง เรียกนายธนา ว่า ผู้คัดค้านที่ 1 และเรียกนายเอกชัย ว่า ผู้คัดค้านที่ 2 ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องกับยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้าน ขอให้ศาลมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายและยกคำร้องของผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 2 หรือให้ผู้ร้องกับผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกร่วมของผู้ตาย ศาลประกาศนัดไต่สวนแล้ว ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำร้องและคำคัดค้าน ขอให้ศาลมีคำสั่งแต่งตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และยกคำร้องของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 2 ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำร้องและคัดค้านกับขอแก้ไขคำคัดค้าน ขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ยกคำร้องของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 2 ระหว่างพิจารณาผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำแถลงร่วมกัน ว่าขอถอนคำคัดค้านซึ่งกันและกันและขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกัน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้นางอรวรรณ ผู้ร้องและนายธนา ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกัน โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ยกคำร้องของผู้ร้องในส่วนขอจัดการมรดกในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กหญิงญานี และยกคำร้องของผู้คัดค้านที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามสำนวนให้เป็นพับ ผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ตั้งนางอรวรรณ ผู้ร้อง และนายเอกชัย ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกันโดยมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายและให้ยกคำร้องของผู้คัดค้านที่ 1 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ทั้งสามสำนวนให้เป็นพับ ผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสองฎีกา ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลฎีกานายเอกชัย ผู้คัดค้านที่ 2 ถึงแก่ความตายนางวชิราภรณ์ และนายธวัชชัย ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ ศาลฎีกามีคำสั่งว่า คดีร้องขอจัดการมรดกเป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้คัดค้านที่ 2 จึงไม่อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้คัดค้านที่ 2 ให้ยกคำร้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่านายบุญย์ ผู้ตาย ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2538 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2526 ผู้ตายได้ทำพินัยกรรมไว้ ยกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้แก่นางเต๋า มารดาของผู้ตาย โดยตั้งให้นายเอกชัย ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดก แต่ปรากฏว่านางเต๋าถึงแก่ความตายก่อนผู้ตาย ข้อกำหนดในพินัยกรรมจึงตกไป ผู้ตายไม่มีภรรยาหรือบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ได้จดทะเบียนรับรองนายธนา ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นบุตร และได้แจ้งในทะเบียนสูติบัตรว่าเด็กหญิงญานี เป็นบุตรของผู้ตายกับผู้ร้อง ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาผู้ร้องและฎีกาของผู้คัดค้านที่ 1 มีว่า ฝ่ายใดสมควรเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย เห็นว่า ถึงแม้ผู้ร้องกับผู้ตายจะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันแต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าบุคคลทั้งสองอยู่ร่วมฉันสามีภรรยากันมาตั้งแต่ปี 2523 จนกระทั่งผู้ตายถึงแก่ความตาย ตลอดเวลาได้ทำมาหากินร่วมกัน ดังนั้นทรัพย์สินที่ร่วมกันทำมาหาได้ผู้ร้องจึงมีส่วนได้เสียในฐานะเจ้าของรวมอยู่ด้วย เมื่อผู้ตายถึงแก่ความตาย ทรัพย์สินที่บุคคลทั้งสองร่วมกันทำมาหาได้ย่อมต้องแบ่งเป็นของผู้ร้องส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตาย ส่วนเด็กหญิงญานีแม้จะมิใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายก็ตามแต่ปรากฏตามสำเนาสูติบัตรว่าผู้ตายแจ้งว่าผู้ตายเป็นบิดาของเด็กหญิงญานี ทั้งได้นำเด็กหญิงญานีมาเลี้ยงดูอุปการะ ส่งเสียให้เล่าเรียนและให้ใช้ชื่อสกุลของผู้ตาย พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าผู้ตายได้รับรองว่าเด็กหญิงญานีเป็นบุตร ดังนั้นเด็กหญิงญานีจึงเป็นบุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 1627 และเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายตามมาตรา 1629 (1) ฉะนั้นผู้ร้องในฐานะส่วนตัวและฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กหญิงญานีจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตาย ที่ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องของผู้ร้องในส่วนขอจัดการมรดกในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กหญิงญานีมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ผู้ร้องย่อมมีสิทธิร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกได้ตามมาตรา 1713 สำหรับผู้คัดค้านที่ 1 เป็นบุตรที่ผู้ตายได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตร ดังนั้น ผู้คัดค้านที่ 1 จึงเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นผู้สืบสันดานตามมาตรา 1629 (1) มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตาย ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้ตั้งนายเอกชัย ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้องและให้จำหน่ายคดีสำหรับผู้คัดค้านที่ 2 อกจากสารบบความของศาลฎีกา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3785 - 3787/2552 นางอรวรรณ ธนารักษ์ ในฐานะส่วนตัวและในฐานะ ผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กหญิงญานี กัมมารังกูร ผู้ร้อง นายธนา กัมมารังกูร กับพวก ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางอรวรรณ ธนารักษ์ ในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กหญิงญานี กัมมารังกูร · ผู้คัดค้าน - นายธนา กัมมารังกูร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร สุภาดุลย์ · ศิริชัย จิระบุญศรี · สมศักดิ์ อเนกพุฒิ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอำนวย สุขพรหม · ศาลอุทธรณ์ - นายสรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.2721/2547

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 406/2510ฎีกา 3208/2538ฎีกา 943/2513ฎีกา 453/2521ฎีกา 1368/2534ฎีกา 3299/2533ฎีกา 1368/2510ฎีกา 174/2524ฎีกา 2241/2566ฎีกา 1937/2526ฎีกา 1279/2502ฎีกา 58/2531ฎีกา 235/2538ฎีกา 5438/2537ฎีกา 1249/2493ฎีกา 372/2519ฎีกา 478/2501ฎีกา 4397/2553ฎีกา 10987/2551ฎีกา 3011/2543ฎีกา 1959/2529ฎีกา 1028/2564ฎีกา 9313/2559ฎีกา 1048/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา