⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10987/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10987/2551

ป.พ.พ. ม.1713, 1722

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจตั้งผู้จัดการมรดกเพื่อประโยชน์แก่กองมรดก โดยพิจารณาตามพฤติการณ์ หากผู้ขอเป็นผู้จัดการมรดกมีลักษณะเป็นการโต้แย้งเป็นปรปักษ์กับกองมรดก หรืออาจก่อให้เกิดความยุ่งยากในการจัดการมรดก ศาลอาจไม่ตั้งผู้นั้นเป็นผู้จัดการมรดก.

ย่อคำพิพากษา

แม้ผู้คัดค้านทั้งสองจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกผู้ตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 วรรคหนึ่ง ก็เพียงแต่ทำให้ผู้คัดค้านทั้งสองมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตายเท่านั้น ส่วนการตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดก ศาลจะต้องดำเนินการตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายดังกล่าววรรคท้ายซึ่งบัญญัติว่า "การตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ถ้าไม่มีข้อกำหนดพินัยกรรม ก็ให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์" กรณีนี้เป็นกรณีที่ผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ศาลจึงต้องตั้งผู้จัดการมรดกเพื่อประโยชน์แก่กองมรดก ผู้คัดค้านทั้งสองต้องการเข้ามาเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายโดยอ้างว่าทรัพย์มรดกของผู้ตายบางอย่างเป็นของผู้คัดค้านทั้งสองจึงมีลักษณะเป็นการโต้แย้งเป็นปรปักษ์กับกองมรดกอย่างชัดแจ้ง การขอเป็นผู้จัดการมรดกก็เพื่อรักษาประโยชน์ของผู้คัดค้านทั้งสองเอง นอกจากนั้นการที่ผู้คัดค้านทั้งสองนำสืบว่า เหตุที่ขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย เพราะไม่ไว้ใจผู้ร้องทั้งสองทำให้เห็นว่าหากให้ผู้คัดค้านทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้องทั้งสอง ก็น่าจะก่อให้เกิดความยุ่งยากในการจัดการมรดกมากกว่าจะเป็นประโยชน์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1722

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1722 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องทั้งสองและมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ระหว่างพิจารณาคู่ความทั้งสองแถลงรับข้อเท็จจริงว่า ผู้คัดค้านทั้งสองเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับผู้ตาย และเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 4077 และ 4394 ร่วมกับผู้ตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของนายจำนน ผู้ตาย โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย และยกคำคัดค้านของผู้คัดค้านทั้งสองค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้คัดค้านทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้คัดค้านทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ผู้ร้องที่ 1 เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ผู้ร้องที่ 2 เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายส่วนผู้คัดค้านทั้งสองเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับผู้ตาย ผู้ตายถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2545 โดยไม่ได้ทำพินัยกรรมและไม่ได้ตั้งผู้จัดการมรดกไว้ มีทรัพย์มรดกตกทอดมายังทายาท คือเงินฝากที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครสวรรค์ จำกัด ที่ดิน รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และที่ดินซึ่งผู้ตายเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมกับผู้คัดค้านทั้งสองในที่ดินโฉนดเลขที่ 4077 และ 4394 มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านทั้งสองว่า ผู้คัดค้านทั้งสองสมควรที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับผู้ร้องทั้งสองหรือไม่ เห็นว่า แม้ผู้คัดค้านทั้งสองจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 วรรคหนึ่ง ก็เพียงแต่ทำให้ผู้คัดค้านทั้งสองมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตายเท่านั้น ส่วนการตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดก ศาลจะต้องดำเนินการตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายดังกล่าวข้างต้นวรรคท้ายซึ่งบัญญัติว่า "การตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ถ้าไม่มีข้อกำหนดพินัยกรรม ก็ให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์" กรณีนี้เป็นกรณีที่ผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ศาลจึงต้องตั้งผู้จัดการมรดก เพื่อประโยชน์แก่กองมรดก ผู้คัดค้านทั้งสองต้องการเข้ามาเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายโดยอ้างว่าทรัพย์มรดกของผู้ตายบางอย่างเป็นของผู้คัดค้านทั้งสองจึงมีลักษณะเป็นการโต้แย้งเป็นปรปักษ์กับกองมรดกที่มีชื่อผู้ตายเป็นเจ้าของอย่างชัดแจ้ง การขอเป็นผู้จัดการมรดกก็เพื่อรักษาประโยชน์ของผู้คัดค้านทั้งสองเองหาใช่เพื่อผลประโยชน์โดยรวมของกองมรดกไม่ นอกจากนั้นการที่ผู้คัดค้านทั้งสองนำสืบว่า เหตุที่ขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย เพราะไม่ไว้ใจผู้ร้องทั้งสอง ทำให้เห็นว่าหากให้ผู้คัดค้านทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับผู้ร้องทั้งสอง ก็น่าจะก่อให้เกิดความยุ่งยากในการจัดการมรดกมากกว่าจะเป็นประโยชน์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาผู้คัดค้านทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10987/2551 นางชนิดา สังข์ทรัพย์ กับพวก ผู้ร้อง นางอารีย์ ฐิติดำเกิงธรรม กับพวก ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางชนิดา สังข์ทรัพย์ กับพวก · ผู้คัดค้าน - นางอารีย์ ฐิติดำเกิงธรรม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ · ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล · สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 453/2521ฎีกา 1368/2534ฎีกา 3299/2533ฎีกา 174/2524ฎีกา 2241/2566ฎีกา 3886/2566ฎีกา 1279/2502ฎีกา 1480/2563ฎีกา 3011/2543ฎีกา 3504/2564ฎีกา 5840/2541ฎีกา 1726/2536ฎีกา 987/2485ฎีกา 1470/2510ฎีกา 902/2541ฎีกา 225/2518ฎีกา 1287/2513ฎีกา 3127/2540ฎีกา 727/2525ฎีกา 8023/2538ฎีกา 1397-1399/2551ฎีกา 5141/2543ฎีกา 5274/2539ฎีกา 5936/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ