⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5936/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5936/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งมอบการครอบครองที่ดินตาม น.ส.3 ให้แก่ผู้ซื้อ ย่อมทำให้ผู้ซื้อได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองโดยสมบูรณ์ โดยไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

ย่อคำพิพากษา

ม. ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตาม น.ส.3 ขายที่ดินให้ผู้คัดค้านทั้งสองและได้ส่งมอบการครอบครองให้แล้วผู้คัดค้านทั้งสองย่อมได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองโดยมิต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อ ม.ตายก็ไม่มีสิทธิครอบครองหรือทรัพย์สินดังกล่าวเป็นมรดกที่ต้องจัดการอีกต่อไป ม. ไม่มีหน้าที่ทางนิติกรรมที่จะต้องจดทะเบียนโอนให้แก่ผู้คัดค้านทั้งสองจึงไม่จำต้องมีการตั้งผู้จัดการมรดกของ ม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า นายมี แก้ววงษา กับนางเลียน แก้ววงษา อยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยา โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือนายพร แก้ววงษาและนางถาวร แก้ววงษา นายมีมีที่ดินที่ทำมาหาได้ร่วมกับนางเลียน 1 แปลง คือที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3) เลขที่ 122 และบ้านเลขที่ 65/1 ซึ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าว เมื่อนางเลียนตาย นายมีมาอยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ร้อง โดยต่างได้เข้าร่วมทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวเมื่อปี 2518 นายมีขายที่ดินดังกล่าวให้แก่นายบัวลา ศรีคำโดยสละการครอบครองที่ดินทั้งแปลงให้แก่นายบัวลาแต่ไม่ได้โอนทางทะเบียน ส่วนนายพรได้นางอ่อย เหล่าศรีทุม บุตรผู้ร้องเป็นภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ต่อมาปี 2525 และ 2531นายมีและนายพรตายกรณีมีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดกผู้ร้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมาย ขอให้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายมีและนายพรผู้ตายทั้งสอง ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่ทายาทของผู้ตายทั้งสองหรือเป็นผู้มีส่วนได้เสีย เพราะที่ดินและบ้านตามคำร้องนายมีได้มาก่อนอยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ร้องผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอจัดการมรดก นายมีขายที่ดินและบ้านดังกล่าวให้แก่ผู้คัดค้านทั้งสองตั้งแต่ปี 2518โดยส่งมอบการครอบครองให้แก่ผู้คัดค้านทั้งสอง ผู้คัดค้านทั้งสองเข้าครอบครองในฐานะเจ้าของมาถึงปัจจุบัน แต่ขณะดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนนายมีตาย ผู้คัดค้านทั้งสองติดต่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อทางทะเบียนเกี่ยวกับที่ดินจากชื่อของนายมีเป็นชื่อผู้คัดค้านทั้งสองแต่ไม่สามารถดำเนินการได้จนกว่าศาลจะมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกเสียก่อน ผู้คัดค้านทั้งสองเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกโดยเป็นเจ้าหนี้ของนายมีผู้ตาย และไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมาย ขอให้ยกคำร้องและตั้งผู้คัดค้านทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของนายมีผู้ตาย ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องและคำคัดค้าน ผู้คัดค้านทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้คัดค้านทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่ผู้คัดค้านทั้งสองฎีกาว่า คำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 508/2534 ของศาลชั้นต้นซึ่งถึงที่สุดไม่ผูกพันผู้คัดค้านทั้งสองก็ด้วยประสงค์จะขอให้ศาลตั้งผู้คัดค้านทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของนายมี ในปัญหาดังกล่าวนี้ตามคำคัดค้านของผู้คัดค้านทั้งสองกล่าวว่า ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 122 และบ้านเลขที่ 65/1 ซึ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าว นายมีได้ขายให้แก่ผู้คัดค้านทั้งสองตั้งแต่นายมียังมีชีวิตอยู่ ผู้คัดค้านทั้งสองได้เข้าครอบครองตลอดมา แต่ยังไม่ได้โอนทางทะเบียนหลังจากนายมีตายแล้วผู้คัดค้านทั้งสองไปขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่โอนเปลี่ยนชื่อนายมีมาเป็นชื่อผู้คัดค้านทั้งสองแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่สามารถจัดการให้ได้ ต้องมีผู้จัดการมรดกเสียก่อน เห็นว่า นายมีผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เมื่อขายให้ผู้คัดค้านทั้งสองและได้ส่งมอบการครอบครองให้ผู้คัดค้านทั้งสองแล้วผู้คัดค้านทั้งสองแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่สามารถจัดการให้ได้ ต้องมีผู้จัดการมรดกเสียก่อน เห็นว่า นายมีผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เมื่อขายให้ผู้คัดค้านทั้งสองและได้ส่งมอบการครอบครองให้ผู้คัดค้านทั้งสอง ย่อมได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1378 โดยมิพักต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนั้น เมื่อนายมีตายก็ไม่มีสิทธิครอบครองหรือทรัพย์สินดังกล่าวเป็นมรดกที่จะต้องจัดการอีกต่อไปส่วนที่ผู้คัดค้านทั้งสองอ้างว่า นายมียังมีหน้าที่จดทะเบียนโอนให้ผู้คัดค้านทั้งสอง จึงจำต้องตั้งผู้จัดการมรดกนั้น เห็นว่านายมีขายที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้คัดค้านทั้งสอง และสละเจตนาครอบครองที่ดินนั้นให้แก่ผู้คัดค้านทั้งสองแล้ว นายมีจึงไม่มีหน้าที่ทางนิติกรรมที่จะต้องจดทะเบียนโอนให้แก่ผู้คัดค้านทั้งสอง กรณีไม่จำต้องมีการจัดการมรดก จึงไม่จำต้องตั้งผู้จัดการมรดก ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกคำคัดค้านของผู้คัดค้านทั้งสองศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้คัดค้านทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5936/2539 นาง รอด ถิ่น เขา ชี ผู้ร้อง นาย เจริญ วัน นา กับพวก ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นาง รอด ถิ่น เขา ชี · ผู้คัดค้าน - นาย เจริญ วัน นา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ธวัชชัย พิทักษ์พล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 1405/2515ฎีกา 453/2521ฎีกา 107/2493ฎีกา 1368/2534ฎีกา 3299/2533ฎีกา 174/2524ฎีกา 2241/2566ฎีกา 1279/2502ฎีกา 1922/2522ฎีกา 6163/2537ฎีกา 1575/2531ฎีกา 3011/2543ฎีกา 10987/2551ฎีกา 805/2506ฎีกา 2744/2517ฎีกา 402/2548ฎีกา 663/2488ฎีกา 2626/2525ฎีกา 9326-9327/2544ฎีกา 1726/2536ฎีกา 1470/2510ฎีกา 902/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ