⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 174/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 174/2524

ป.พ.พ. ม.1627, 1713, 1728

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนตามกฎหมายเก่ามีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่มีสิทธิรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม จึงไม่ใช่ทายาทและไม่มีส่วนได้เสียที่จะขอตั้งและถอนผู้จัดการมรดก

ย่อคำพิพากษา

บุตรบุญธรรมตามกฎหมายเก่าและมิได้จดทะเบียนตามบรรพ 5มีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่มีสิทธิรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม จึงไม่ใช่ทายาท และไม่มีส่วนได้เสียที่จะขอตั้งและถอนผู้จัดการมรดก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1627 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1728

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1627 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1728 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นบุตรบุญธรรมของนางริ้ว อาจงานหลวง เจ้ามรดกก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และมิได้จดทะเบียนรับเป็นบุตรบุญธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2518 นางริ้วอาจงานหลวง ถึงแก่กรรมโดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ ปัญหามีว่าผู้ร้องมีสิทธิร้องขอให้สั่งถอนผู้จัดการมรดก และตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่ เห็นว่า แม้กฎหมายลักษณะมรดกบทที่ 12 บัญญัติให้บุตรบุญธรรมมีสิทธิได้รับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรมในภาคญาติ แต่ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมลักษณะมรดก ร.ศ. 121 บัญญัติให้ญาติของผู้มรณภาพตามที่กำหนดไว้เป็นขั้น ๆ ในพระราชบัญญัตินั้นได้รับมรดกในภาคญาติ แต่สำหรับบุตรบุญธรรมไม่ได้กำหนดไว้ จึงเห็นได้ว่านับแต่ ร.ศ. 121 เป็นต้นมาบุตรบุญธรรมไม่มีสิทธิรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม และกฎเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมกฎที่ 51 ซึ่งตราขึ้นเมื่อ ร.ศ. 128 ก็ได้ระบุกระแสร์พระบรมราชโองการในปัญหานี้อีกว่า บุตรบุญธรรมรับมรดกไม่ได้ เว้นไว้แต่มีพินัยกรรม ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิรับมรดกของเจ้ามรดกตามกฎหมายเก่าก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ต่อมาเมื่อประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และ 6 แล้ว แม้จะมีบทบัญญัติให้บุตรบุญธรรมมีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้รับบุตรบุญธรรมและให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายก็ตาม แต่บุตรบุญธรรมตามบทบัญญัติดังกล่าวหมายถึงเฉพาะผู้ที่จดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่านั้น มิได้รวมถึงบุตรบุญธรรมตามกฎหมายเก่าดังกล่าวด้วย ดังนั้นผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรมซึ่งถึงแก่กรรมหลังจากที่ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 แล้ว ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 507/2519ระหว่าง นายพิชัย แก้วประดิษฐ์ โจทก์ นางจำปา สิกขา จำเลย เมื่อผู้ร้องไม่มีสิทธิรับมรดกของเจ้ามรดกและไม่มีส่วนได้เสียในกองมรดก ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิจะร้องขอให้ถอนผู้จัดการมรดกและตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 174/2524 นางนุชนารถ เขมะโยธิน ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางนุชนารถ เขมะโยธิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สมชัย ทรัพยวณิช · แต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 649/2500ฎีกา 3208/2538ฎีกา 453/2521ฎีกา 1368/2534ฎีกา 3299/2533ฎีกา 2241/2566ฎีกา 1937/2526ฎีกา 1279/2502ฎีกา 3011/2543ฎีกา 10987/2551ฎีกา 3504/2564ฎีกา 9313/2559ฎีกา 5840/2541ฎีกา 1048/2522ฎีกา 1726/2536ฎีกา 987/2485ฎีกา 1470/2510ฎีกา 902/2541ฎีกา 225/2518ฎีกา 1287/2513ฎีกา 3127/2540ฎีกา 5999/2537ฎีกา 727/2525ฎีกา 13665/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา