คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5080/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้คัดค้านถอนคำคัดค้านและยินยอมให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน การที่ผู้ร้องคนหนึ่งถอนคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกเฉพาะตนเอง ไม่ทำให้คำร้องเดิมของผู้ร้องอีกคนกลับเป็นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกขึ้นใหม่ ศาลจึงดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้โดยไม่ต้องประกาศหนังสือพิมพ์หรือแจ้งทายาทอีก
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องที่ 1 และที่ 2 ได้เริ่มคดีโดยร่วมกันยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้าน แต่ภายหลังผู้คัดค้านได้ยื่นคำร้องขอถอนคำคัดค้านไปและยินยอมให้ผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน การที่ผู้ร้องที่ 1 ได้ขอถอนคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกเฉพาะตัวผู้ร้องที่ 1 ในเวลาต่อมา และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตแล้วย่อมไม่มีผลให้คำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกเดิมของผู้ร้องที่ 2 กลับเป็นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกขึ้นมาใหม่ การที่ศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนคำร้องขอของผู้ร้องที่ 2 ต่อไปเพื่อวินิจฉัยว่าสมควรตั้งให้ผู้ร้องที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่ศาลชั้นต้นจึงไม่จำต้องประกาศหนังสือพิมพ์หรือแจ้งให้ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียทราบอีกการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นที่กระทำมาจึงชอบแล้ว ไม่เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบที่ผู้คัดค้านจะขอให้เพิกถอนตาม ป.วิ.พ.มาตรา 27 ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - าสตราจารย์นายแพทย์วิจิตร บุณยะโหตระ กับพวก · ผู้คัดค้าน - างเตือนใจ วิริยฑูรย์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศิริชัย สวัสดิ์มงคล · วิเทพ ศิริพากย์ · สุทิน ปัทมราชวิเชียร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายประพาฬ อนมาน · ศาลอุทธรณ์ - นายศิริชัย วัฒนโยธิน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา