⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4156/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4156/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่สามีจงใจละทิ้งร้างภริยาไปเกินกว่า 1 ปี ถือเป็นเหตุฟ้องหย่าได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์กับจำเลยจดทะเบียนสมรสกันแล้วอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาเพียงสองเดือน ต่อมาจำเลยไปรับราชการทหารและปลดเป็นกองหนุนเมื่อปี 2531 หลังจากที่จำเลยปลดประจำการทหารแล้วจำเลยมิได้กลับไปอยู่กินด้วยกันกับโจทก์ฉันสามีภริยา จนกระทั่งปี 2533 โจทก์จึงไปอยู่กินฉันสามีภริยากับ ฉ. จนมีบุตรด้วยกัน พฤติการณ์ของจำเลยเป็นเรื่องที่จำเลยจงใจละทิ้งร้างโจทก์ไปเกิน 1 ปี ตั้งแต่จำเลยปลดประจำการทหารในปี 2531 โจทก์จึงฟ้องหย่าจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1516

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า "...คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยจงใจละทิ้งร้างโจทก์หรือไม่ เห็นว่า หลังจากโจทก์กับจำเลยจดทะเบียนสมรสกันแล้ว โจทก์กับจำเลยอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาเพียงสองเดือน หลังจากนั้นจำเลยไปรับราชการทหารตลอดมาและปลดเป็นกองหนุนเมื่อปี 2531 หลังจากจำเลยปลดประจำการทหารแล้ว จำเลยควรจะมาอยู่กินกับโจทก์ในฐานะสามีภริยา ควรหาที่อยู่อาศัยเพื่อใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน แต่จำเลยกลับย้ายออกจากบ้านน้าสาวที่เขตห้วยขวางโดยไม่ขวนขวายเพื่อติดต่อกับโจทก์ เป็นการส่อเจตนาว่าจำเลยไม่ประสงค์ให้โจทก์ไปอยู่ร่วมกันมากกว่า จำเลยอ้างว่าหลังจากปลดประจำการทหารเคยชวนโจทก์มาอยู่ด้วยก็เป็นการกล่างอ้างลอย ๆ หากจำเลยนำพาที่จะอยู่กินฉันสามีภริยากันโจทก์จำเลยควรที่จะติดต่อให้เป็นกิจจะลักษณะเพื่อพาโจทก์ไปอยู่ด้วย จำเลยอ้างแต่เพียงว่าเคยส่งจดหมายและโทรศัพท์ไปแล้ว แต่โจทก์ไม่ตอบนั้นเป็นการขวนขวายที่ไม่เพียงพอ การเป็นสามีภริยากันนั้นเมื่อจดทะเบียนสมรสกันแล้วตามกฎหมายสามีภริยาต้องอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาและสามีภริยาต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐานะของตน แต่ไม่ปรากฏวาจำเลยปฏิบัติเช่นนั้นกลับหนีหายไปพฤติการณ์ของจำเลยเป็นเรื่องที่จำเลยไม่เอาใจใส่ดูแลโจทก์ในฐานะสามีที่จะพึงปฏิบัติต่อภริยา แสดงว่าจำเลยไม่ประสงค์ที่จะอยู่กินฉันสามีภริยากับโจทก์อีกแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าหลังจากจำเลยปลดประจำการทหารแล้ว จำเลยมิได้กลับไปอยู่กินด้วยกันกับโจทก์ฉันสามีภริยา จนกระทั่งปี 2533 โจทก์จึงไปอยู่กินฉันสามีภริยากับนายเฉลิมพลจนมีบุตรด้วยกัน พฤติการณ์ของจำเลยเป็นเรื่องที่จำเลยจงใจละทิ้งร้างโจทก์ไปเกินหนึ่งปีตั้งแต่จำเลยปลดประจำการทหารในปี 2531 โจทก์จึงฟ้องหย่าจำเลยได้ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้โจทก์หย่าขาดกับจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4156/2548 นางรัชนี รักสนิท โจทก์ นายคนึง รักสนิท จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางรัชนี รักสนิท · จำเลย - นายคนึง รักสนิท
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สบโชค สุขารมณ์ · วิรัช ลิ้มวิชัย · สุรภพ ปัทมสุคนธ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4959/2552ฎีกา 2232/2535ฎีกา 1771/2540ฎีกา 4480/2553ฎีกา 1303/2568ฎีกา 2506/2523ฎีกา 1648/2524ฎีกา 11702/2555ฎีกา 2561/2536ฎีกา 7229/2537ฎีกา 1335/2533ฎีกา 1762/2542ฎีกา 735/2535ฎีกา 6516/2552ฎีกา 3741/2526ฎีกา 3596/2546ฎีกา 2851/2551ฎีกา 3563/2548ฎีกา 1094/2539ฎีกา 3520/2536ฎีกา 2561/2561ฎีกา 1568/2524ฎีกา 4402/2539ฎีกา 5983/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ