⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4729/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4729/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความเนื่องจากจำเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ศาลต้องมีคำสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมด้วย และอาจคืนค่าขึ้นศาลให้แก่โจทก์ได้ตามดุลพินิจของศาล.

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีโจทก์ออกจากสารบบความเนื่องจากจำเลยถูกศาลล้มละลายกลางสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด แต่ศาลชั้นต้นมิได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมจึงเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 167 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมด้วย และบทบัญญัติดังกล่าวมีเจตนารมณ์ให้อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะมีคำสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม เมื่อพิจารณาถึงเหตุที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความเนื่องจากจำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และภาระที่โจทก์จะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 179 ศาลฎีกาจึงคืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในศาลชั้นต้นให้แก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.167

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นลูกค้าของโจทก์ประเภทบัตรเครดิตได้นำบัตรเครดิตที่โจทก์ออกให้ไปซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าและสถานบริการที่เป็นสมาชิกของโจทก์ ตลอดจนเบิกเงินสดล่วงหน้าจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติหรือสำนักงานของโจทก์ แต่จำเลยผิดนัดไม่ชำระเงินที่โจทก์ได้ชำระแทนจำเลยไป รวมเป็นต้นเงินและดอกเบี้ยทั้งสิ้น 322,761.39 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 322,761.39 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงิน 199,271.34 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้วในคดีหมายเลขแดงที่ 823/2546 ขอให้ศาลมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การและรอสอบถามโจทก์วันนัด วันที่ 13 ตุลาคม 2546 ซึ่งเป็นวันนัดชี้สองสถาน ทนายโจทก์ไม่มาศาล ศาลชั้นต้นเห็นว่าไม่อาจสอบถามเรื่องจำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดได้ จึงเลื่อนไปนัดพร้อมวันที่ 31 ตุลาคม 2546 วันที่ 31 ตุลาคม 2546 ทนายโจทก์ยื่นคำร้องและแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดแล้ว ขอถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ไม่ได้มาแถลงให้ศาลทราบในนัดที่แล้ว ถือว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่เห็นสมควร ไม่อนุญาตให้ถอนฟ้อง แต่เมื่อจำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และโจทก์ต้องไปดำเนินการขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเพราะเหตุจำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก็เพื่อให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีโจทก์ออกจากสารบบความ และโจทก์ต้องไปดำเนินการยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย แม้ศาลชั้นต้นจะไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องตามคำร้องแต่ศาลชั้นต้นก็มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีโจทก์ออกจากสารบบความ เพราะเหตุจำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและโจทก์ต้องไปขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย ซึ่งถือว่าคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นไปตามความประสงค์ของโจทก์ ดังนั้น ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าวันที่ 13 ตุลาคม 2546 เป็นวันนัดชี้สองสถาน แต่ศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาว่าเป็นวันนัดพร้อมเพื่อสอบถามเรื่องที่จำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ขอให้เพิกถอนรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นฉบับดังกล่าวนั้น จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีโดยมิได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมด้วยนั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีโจทก์ออกจากสารบบความโดยมิได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 167 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมด้วย ซึ่งบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวมีเจตนารมณ์ให้อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะมีคำสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตามที่เห็นสมควรเมื่อพิจารณาถึงเหตุที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความเนื่องจากจำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และภาระที่โจทก์จะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 179 จึงเห็นสมควรคืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในศาลชั้นต้นให้แก่โจทก์ อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในศาลชั้นต้นแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4729/2548 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายจิราวุฒิหรือณัฐกรณ์ เหลืองบริบูรณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายจิราวุฒิหรือณัฐกรณ์ เหลืองบริบูรณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย จุลนิติ์ · มานะ ศุภวิริยกุล · ชาลี ทัพภวิมล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5827/2538ฎีกา 1228/2505ฎีกา 2627/2522ฎีกา 917/2501ฎีกา 2170/2517ฎีกา 12104/2553ฎีกา 10842/2558ฎีกา 3543/2545ฎีกา 6196/2537ฎีกา 2611/2548ฎีกา 321-322/2483ฎีกา 1242/2545ฎีกา 7012/2543ฎีกา 2841/2553ฎีกา 6460-6472/2551ฎีกา 1253/2537ฎีกา 4351/2548ฎีกา 911/2523ฎีกา 4074/2550ฎีกา 5563/2538ฎีกา 2802/2546ฎีกา 8185/2538ฎีกา 1528/2519ฎีกา 3085/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา