⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4816/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4816/2548

พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ม.3, 39, 47 · ป.อาญา ม.271

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เสียหายตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค หมายถึง ผู้ซื้อหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ ไม่รวมถึงเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา.

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหาย ตาม ป.อ. มาตรา 271 หมายถึง ผู้ซื้อของซึ่งหลงเชื่อการขายของโดยหลอกลวง ไม่ใช่เจ้าของรูปรอยประดิษฐ์หรือข้อความใด ๆ ในการประกอบการค้า และตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 39 บัญญัติให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานอัยการ... เพื่อให้มีหน้าที่ดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญาแก่ผู้กระทำการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคในศาล คำว่า ผู้เสียหาย ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 3 หมายความว่า ผู้ซื้อหรือได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ ฯลฯ เมื่อโจทก์ร่วมเป็นเจ้าของเครื่องหมายบริการและเครื่องหมายการค้า โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผู้เสียหายตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 จึงไม่มีสิทธิเข้าเป็นโจทก์ร่วมในความผิดตามมาตรา 47 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และ มาตรา 271 แห่งประมวลกฎหมายอาญาและไม่มีอำนาจอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.271 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม.3 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม.39 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม.47

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.271 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 91, 271, 272, 275 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 3, 47, 59 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2541 มาตรา 14 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา บริษัทเชลล์อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียม จำกัด ผู้เสียหายที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งอนุญาต ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์ร่วมอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271, 272 และ 275 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 3, 47, 59 ซึ่งผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 ก็คือ ผู้ซื้อของซึ่งหลงเชื่อในการขายของโดยหลอกลวง ไม่ใช่เจ้าของรูป รอยประดิษฐ์หรือข้อความใดๆ ในการประกอบการค้า และตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 39 บัญญัติว่า ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นสมควรเข้าดำเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิ ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าการดำเนินคดีนั้นจะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคเป็นส่วนรวม คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานอัยการโดยความเห็นชอบของอธิบดีกรมอัยการหรือข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค... เพื่อให้มีหน้าที่ดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญาแก่ผู้กระทำการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคในศาล เห็นได้ว่า ผู้เสียหายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคก็คือ ผู้บริโภค ซึ่งตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ให้นิยามคำว่า "ผู้บริโภค" หมายความว่า ผู้ซื้อหรือได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจและหมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับการเสนอหรือการชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจเพื่อให้ซื้อสินค้าหรือรับบริการด้วย แต่โจทก์ร่วมเป็นเจ้าของเครื่องหมายบริการและเครื่องหมายการค้าซึ่งได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไว้ในประเทศไทย โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผู้เสียหายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 จึงไม่มีสิทธิเข้าเป็นโจทก์ร่วมในความผิดตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ เมื่อโจทก์ร่วมไม่มีสิทธิเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 47 โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางในความผิดดังกล่าวได้ แม้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจะอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงและศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางรับอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมในความผิดดังกล่าวมา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศก็ไม่รับวินิจฉัยให้... พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4816/2548 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ บริษัทเชลล์อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียม จำกัด โจทก์ร่วม ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช.เกษตรบริการ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · โจทก์ร่วม - บริษัทเชลล์อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียม จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช.เกษตรบริการ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิระ โชติพงศ์ · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายสุพิศ ปราณีตพลกรัง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1255/2552ฎีกา 299/2547ฎีกา 549/2504ฎีกา 1366/2479ฎีกา 7045/2553ฎีกา 4567/2561ฎีกา 2676/2565ฎีกา 5800/2553ฎีกา 6081/2553ฎีกา 2295/2545ฎีกา 9/2537ฎีกา 7586-7587/2555ฎีกา 4189/2563ฎีกา 991/2472ฎีกา 3248/2534ฎีกา 1510/2514ฎีกา 9230/2551ฎีกา 5687/2545ฎีกา 2451/2555ฎีกา 566/2542ฎีกา 416/2483ฎีกา 3490/2551ฎีกา 3351/2542ฎีกา 779/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา