คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1510/2514
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เสียหายในความผิดฐานขายของโดยหลอกลวงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 คือผู้ซื้อเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 271 บัญญัติให้เอาผิดแก่ผู้ขายของโดยหลอกลวงให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพหรือปริมาณอันเป็นเท็จ ผู้เสียหายในความผิดฐานนี้คือผู้ซื้อเมื่อโจทก์มิใช่เป็นผู้ซื้อ จึงมิใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้องคดีขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรานี้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลเป็นผู้จำหน่ายน้ำมันก๊าดในประเทศไทย โดยใช้รูปนูนตรามงกุฏ และต่อมาได้ประดิษฐ์รูปรอยข้อความอย่างอื่นเป็นเครื่องหมายการค้าติดอยู่ (๓๐ เมษายน ๒๕๑๑) วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยที่ ๑ เป็นห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล จำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการได้สมคบร่วมกันเลียนเครื่องหมายการค้ารูปมงกุฎของโจทก์โดยนำเอาคำว่า "อย่างดี" มาดัดแปลงทำเป็นรูปนูนให้มีรูปลักษณะคล้ายกับรูปมงกุฎของโจทก์ และจำเลยยังได้เอารูปรอยประดิษฐ์และข้อความในการประกอบการค้าบนฝาปีบน้ำมันก๊าดของโจทก์มาดัดแปลงทำให้มี ขึ้นบนฝาปีบบรรจุน้ำมันก๊าดของจำเลย โดยมีรูปลักษณะคล้ายคลึงกับของโจทก์แสดงไว้ให้ปรากฏด้วยและในระหว่างวันดังกล่าวข้างต้นจำเลยทั้งสองไดสมคบกันจำหน่ายสินค้าน้ำมันก๊าดที่เลียนเครื่องหมายบนฝาปีบน้ำมันดังกล่าวมานั้นต่อประชาชนทั่วราชอาณาจักรเป็นการหลอกลวงให้ประชาชนหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพแห่งสินค้า อันเป็นเท็จและเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของโจทก์ทำให้โจทก์เสียหาย เหตุเกิดที่ตำบลวัดกัลยาณ์ อำเภอธนบุรี จังหวัดธนบุรี การจำหน่ายสินค้าน้ำมันก๊าดที่เลียนเครื่องหมายดังกล่าวเกิดทั่วราชอาณาจักร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๑, ๒๗๒(๑), ๒๗๔, ๒๗๕, ๕๙ และ ๘๓
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว สั่งประทับฟ้อง
จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีโจทก์ขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๑ จำคุก ๓ เดือน ปรับ ๑,๕๐๐ บาท โทษจำคุกรอไว้ ๓ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๕๖ ข้อหาอื่นให้ยก
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำคุกโดยไม่รอ
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยมีความผิดตามบทกฎหมายที่ศาลชั้นต้นวางมาและควรรอการลงโทษ พิพากษาแก้เฉพาะลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นนิติบุคคลไม่ได้ จึงให้ปรับจำเลยที่ ๑ ๑,๕๐๐ บาท นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยทั้งสองฎีกาว่าไม่มีความผิดตามมาตรา ๒๗๑ ศาลชั้นต้นส่งรับเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในชั้นฎีกาคงมีปัญหาวินิจฉัยเฉพาะข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๑ เท่านั้น ส่วนข้อหาความผิดตามมาตราอื่นเป็นอันยุติไปแล้ว ได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๑ นั้นเป็นบทบัญญัติกำหนดเอาผิดแก่ผู้ขายของโดยหลอกลวงให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพหรือปริมาณอันเป็นเท็จ ผู้เสียหายจากความผิดดังนี้คือผู้ซื้อซึ่งจะเป็นโจทก์ฟ้องคดีขอให้ลงโทษแก่ผู้กระทำผิดได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๘ โจทก์ในคดีนี้ตามที่กล่าวพรรณาไว้ในคำฟ้องมิใช่เป็นผู้ซื้อจึงหามีอำนาจฟ้องคดีขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรานี้ไม่ได้ ชอบที่ศาลจะให้ยกฟ้องของโจทก์ที่ฟ้องมาตามมาตรานี้เสียโดยไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยฎีกาในข้ออื่นต่อไป
ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ตามมาตรานี้ด้วย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1510/2514
บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด โดยพันตำรวจโทกษม จาติกวณิช ผู้รับ
มอบอำนาจช่วง โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดเชนวัฒนา โดยนายซี่กิม แซ่เฮ้ง หุ้นส่วนผู้จัดการที่ 1 นายซี่
กิม แซ่เฮ้ง ที่ 2 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้รับ - บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด โดยพันตำรวจโทกษม จาติกวณิช · โจทก์ - มอบอำนาจช่วง · นายซี่ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเชนวัฒนา โดยนายซี่กิม แซ่เฮ้ง หุ้นส่วนผู้จัดการที่ 1 · ล. - กิม แซ่เฮ้ง ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เฉลิม ทัตภิรมย์ · จินตา บุณยอาคม · อุทัย ศุภนิตย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงธนบุรี - นายบรรยง อิทธิพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชุ่ม สุนทรชัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา