⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4886/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4886/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างมีอำนาจหักค่าจ้างลูกจ้างเพื่อนำส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคมได้ และการที่นายจ้างส่งเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนโดยมิได้หักจากค่าจ้างโดยตรง ไม่ทำให้ผู้ประกันตนเสียสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนจากกองทุนประกันสังคม

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 47 เป็นเพียงการกำหนดวิธีการและหน้าที่ของนายจ้างที่จะดำเนินการนำส่งเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนและในส่วนของนายจ้างแก่สำนักงานประกันสังคมว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร และยังบัญญัติให้นายจ้างมีอำนาจที่จะหักค่าจ้างของลูกจ้างอันเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง ทั้งตามพระราชบัญญัติดังกล่าวก็หามีบทบัญญัติใดที่พอจะแปลว่าเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนจะต้องเป็นเงินที่หักมาจากค่าจ้างของผู้ประกันตนเพียงประการเดียวเท่านั้น หากนายจ้างส่งเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนนอกจากค่าจ้างของผู้ประกันตนแล้วจะเป็นเหตุให้ผู้ประกันตนมิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุนประกันสังคมตามมาตรา 54 แต่อย่างใดไม่ เมื่อนายจ้างส่งเงินสมทบในส่วนของ ท. ลูกจ้างถึงเดือนกันยายน 2544 แม้จะเป็นเงินของนายจ้าง มิใช่เป็นเงินที่หักมาจากค่าจ้างของ ท. โดยมีเจตนาที่จะช่วยเหลือ ท. ให้ได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลตามสิทธิอันเป็นการแสดงถึงความเอื้ออาทรของนายจ้างต่อลูกจ้าง จึงหาใช่เป็นการกระทำที่ไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ เมื่อ ท. ถึงแก่ความตายในวันที่ 2 มกราคม 2545 ย่อมเป็นกรณีที่ ท. ได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือนภายในระยะเวลาหกเดือนก่อนถึงแก่ความตาย โจทก์ผู้เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของ ท. ย่อมมีสิทธิได้ประโยชน์ทดแทนในกรณีตาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ม.47 พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ม.54

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ 843/2545 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2545 กับให้จำเลยจ่ายเงินค่าทำศพแก่โจทก์ตามกฎหมายพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2545 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ 843/2545 และให้จำเลยจ่ายเงินค่าทำศพเป็นเงิน 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2545 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า โจทก์เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของนายเทียนทอง ลำเทียน ผู้ประกันตน นายเทียนทองเป็นลูกจ้างของบริษัทศรีสยามบอดี้พาร์ท จำกัด นายจ้าง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2544 นายเทียนทองเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารที่โรงพยาบาลตามสิทธิและถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2545 โดยมิใช่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน นายเทียนทองมิได้ไปทำงานให้นายจ้างเนื่องจากเจ็บป่วย แต่นายจ้างยังคงนำส่งเงินสมทบทั้งส่วนของนายจ้างและของนายเทียนทองให้แก่จำเลยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2544 เรื่อยมาจนถึงเดือนกันยายน 2544 โจทก์ยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนในกรณีตายเป็นค่าทำศพ ซึ่งหากโจทก์มีสิทธิได้รับจะเป็นเงินประมาณ 30,000 บาท สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 3 และคณะกรรมการอุทธรณ์มีคำสั่งว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าทำศพ ดังนี้ เห็นว่า บทบัญญัติตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 47 เป็นเพียงการกำหนดวิธีการและหน้าที่ของนายจ้างที่จะดำเนินการนำส่งเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนและในส่วนของนายจ้างแก่สำนักงานประกันสังคมว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร และยังบัญญัติให้นายจ้างมีอำนาจที่จะหักค่าจ้างของลูกจ้างอันเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง ทั้งตามพระราชบัญญัติดังกล่าวก็หามีบทบัญญัติใดที่จะพอแปลว่าเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนจะต้องเป็นเงินที่หักมาจากค่าจ้างของผู้ประกันตนแต่เพียงประการเดียวเท่านั้น หากนายจ้างส่งเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนนอกจากค่าจ้างของผู้ประกันตนแล้วจะเป็นเหตุให้ผู้ประกันตนมิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุนประกันสังคมตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 54 แต่อย่างใดไม่ เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ศาลแรงงานกลางรับฟังเป็นยุติได้ความว่า นายจ้างได้ส่งเงินสมทบในส่วนของนายเทียนทองถึงเดือนกันยายน 2544 แม้จะเป็นเงินของนายจ้าง มิใช่เป็นเงินที่หักมาจากค่าจ้างของนายเทียนทอง โดยมีเจตนาที่จะช่วยเหลือนายเทียนทองให้ได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลตามสิทธิอันเป็นการแสดงถึงความเอื้ออาทรของนายจ้างต่อลูกจ้าง จึงหาใช่เป็นการกระทำที่ไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมายดังที่จำเลยอ้างในอุทธรณ์ไม่ เมื่อนายเทียนทองถึงแก่ความตายในวันที่ 2 มกราคม 2545 ย่อมเป็นกรณีที่นายเทียนทองได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือนภายในระยะเวลาหกเดือนก่อนถึงแก่ความตาย โจทก์ผู้เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของนายเทียนทองย่อมมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีตายเป็นเงินค่าทำศพจำนวน 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อไปดังคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลาง อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4886/2548 นางเสาวรส ลำเทียน โจทก์ สำนักงานประกันสังคม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเสาวรส ลำเทียน · จำเลย - สำนักงานประกันสังคม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · วิชัย วิวิตเสวี · วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายสมคิด แสงธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 963/2539ฎีกา 2040/2539ฎีกา 4198/2546ฎีกา 4800/2549ฎีกา 5789/2543ฎีกา 10188/2558ฎีกา 5211/2546ฎีกา 14873-14889/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา