คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 963/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ประกันตนที่ประสบอันตรายอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุนประกันสังคม และยังมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้กระทำละเมิดได้อีกด้วย
หากผู้ประกันตนเลือกที่จะรับค่ารักษาพยาบาลจากผู้กระทำละเมิดซึ่งมีมาตรฐานสูงกว่าสิทธิประกันสังคม และได้ชำระค่ารักษาพยาบาลไปแล้ว จะไม่มีสิทธิได้รับเงินประโยชน์ทดแทนค่าบริการทางการแพทย์จากกองทุนประกันสังคมซ้ำอีก
ย่อคำพิพากษา
เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ประกันตนประสบอันตรายอันมิใช่เนื่องจากการทำงานโดยถูกบุคคลอื่นทำละเมิดขับรถยนต์ด้วยความประมาทเลินเล่อชนได้รับบาดเจ็บ โจทก์ย่อมมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุนประกันสังคมตามพ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 และยังมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้กระทำละเมิดอีกด้วย
การที่โจทก์และมารดาโจทก์ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ไม่ใช้สิทธิประกันสังคมกับโรงพยาบาลที่สำนักงานประกันสังคมทำความตกลงไว้แต่จะเลือกใช้สิทธิให้ผู้ทำละเมิดต่อโจทก์เป็นผู้ออกค่ารักษาพยาบาลซึ่งมีมาตรฐานการรักษาพยาบาลสูงกว่าสิทธิที่จะได้รับจากการประกันสังคมนั้น ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ข้อตกลงตามหนังสือดังกล่าวมีผลผูกพันโจทก์ เมื่อโจทก์ได้รับเงินค่าเสียหายจากผู้ทำละเมิด และนำไปชำระเป็นค่ารักษาพยาบาลแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินประโยชน์ทดแทนค่าบริการทางการแพทย์จากกองทุนประกันสังคมซ้ำอีก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวิชาญ วิเศษวงค์ษา · จำเลย - สำนักงานประกันสังคม กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวรรค์ ศักดารักษ์ · พรชัย สมรรถเวช · ชลอ บุณยเนตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายบุญทอง ปลื้มวรสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา