⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5205/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5205/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ได้รับชำระหนี้บางส่วนไม่ทำให้หนี้ระงับไปทั้งหมด หากหนี้ยังคงมีอยู่และไม่มีการตกลงให้คดีเลิกกัน โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องคดีในส่วนที่ยังขาดอยู่ได้

ย่อคำพิพากษา

เงินที่โจทก์ได้รับไปจากจำเลยในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นรวม 850,000 บาทนั้น แม้จะมากกว่าจำนวนเงินในเช็คพิพาทฉบับลงวันที่ 27 มิถุนายน 2539 ก็ตาม แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ค่าซื้อสินค้าที่จำเลยออกเช็คพิพาททั้งสองฉบับชำระแก่โจทก์ หนี้ดังกล่าวจึงยังมีผลผูกพันจำเลย และไม่ปรากฏว่าโจทก์และจำเลยได้มีการตกลงให้คดีตามเช็คพิพาทฉบับหนึ่งฉบับใดเลิกกันไปก่อน คดีตามเช็คพิพาทฉบับลงวันที่ 27 มิถุนายน 2539 จึงยังไม่เลิกกันตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 7 การออกเช็คของจำเลยจึงเป็นความผิดสองกระทง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ม.7

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ป.อ. มาตรา 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตาม ป.อ. มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยกระทำความผิดกรรมเดียว วางโทษจำคุก 2 เดือน และปรับ 20,000 บาท ลดโทษตาม ป.อ. มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30 ยกฟ้องข้อหาความผิดฐานออกเช็คธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2539 สั่งจ่ายเงิน 500,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ว่าหนี้ที่จำเลยออกเช็คพิพาทฉบับลงวันที่ 27 มิถุนายน 2539 สั่งจ่ายเงิน 500,000 บาท สิ้นผลผูกพันไปตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 7 หรือไม่ เห็นว่า เงินที่โจทก์ได้รับไปจากจำเลยในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นรวม 850,000 บาท นั้น แม้จะมากกว่าจำนวนเงินในเช็คพิพาทฉบับลงวันที่ 27 มิถุนายน 2539 ก็ตาม แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ค่าซื้อสินค้าที่จำเลยออกเช็คพิพาททั้งสองฉบับชำระแก่โจทก์ หนี้ดังกล่าวจึงยังมีผลผูกพันจำเลย และไม่ปรากฏว่าโจทก์และจำเลยได้มีการตกลงให้คดีตามเช็คพิพาทฉบับหนึ่งฉบับใดเลิกกันไปก่อน คดีตามเช็คพิพาทฉบับลงวันที่ 27 มิถุนายน 2539 จึงยังไม่เลิกกันตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 7 การออกเช็คของจำเลยจึงเป็นความผิดสองกระทง ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าหนี้ตามเช็คพิพาทฉบับลงวันที่ 27 มิถุนายน 2539 สิ้นผลผูกพันไปก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุด ถือว่าคดีเลิกกันตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 7 ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5205/2548 บริษัทไทยเจมส์แฟคตอรี่ จำกัด โจทก์ นางศศินภา จินดาวนิช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทไทยเจมส์แฟคตอรี่ จำกัด · จำเลย - นางศศินภา จินดาวนิช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัส พวงมณี · นินนาท สาครรัตน์ · สถิตย์ ทาวุฒิ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายจำรัส ศรีธวัชพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรศักดิ์ กิตติพงษ์พัฒนา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5863/2541ฎีกา 3490/2548ฎีกา 766/2543ฎีกา 960/2541ฎีกา 566/2553ฎีกา 4541/2550ฎีกา 6241/2538ฎีกา 8404/2540ฎีกา 2609/2539ฎีกา 618/2538ฎีกา 430-431/2542ฎีกา 4047/2541ฎีกา 893/2544ฎีกา 1327/2537ฎีกา 5865/2541ฎีกา 6836/2543ฎีกา 2353/2537ฎีกา 716/2543ฎีกา 1977/2548ฎีกา 2656/2542ฎีกา 4743/2541ฎีกา 2249/2536ฎีกา 353/2566ฎีกา 279/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา