⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 893/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 893/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่คู่ความตกลงกันเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย สามารถบังคับใช้ได้แม้จะกระทำนอกศาล และมีผลทำให้สิทธิเรียกร้องตามมูลหนี้เดิมระงับสิ้นไปตามที่ตกลงกันในสัญญา.

ย่อคำพิพากษา

สัญญาประนีประนอมยอมความไม่จำเป็นต้องกระทำต่อหน้าศาลหรือต่อผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนเสมอไป อาจกระทำกันนอกศาลได้ เมื่อโจทก์และจำเลยสมัครใจได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเป็นหนังสือ และลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย โดยมีข้อความระบุว่าจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายหรือดำเนินคดีทางแพ่งเกี่ยวกับสัญญาว่าจ้างอันเป็นมูลเหตุให้จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทอีก เป็นการระงับข้อพิพาทในมูลหนี้ที่สั่งจ่ายเช็คพิพาท สัญญาประนีประนอมยอมความจึงบังคับกันได้ตามกฎหมาย มีผลทำให้สิทธิเรียกร้องหนี้ตามเช็คที่โจทก์ยอมสละนั้นระงับสิ้นไปและโจทก์ได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น แม้สัญญาประนีประนอมยอมความจะมีข้อตกลงว่าหากจำเลยผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งยอมให้โจทก์ดำเนินคดีอาญาต่อไปทันที และเมื่อจำเลยชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้ว โจทก์ยอมให้หนี้ตามเช็คในคดีอาญาสิ้นผลผูกพันไปทั้งฉบับ โจทก์ตกลงว่าจะไปขอถอนฟ้องคดีต่อศาลชั้นต้น ก็มิใช่เป็นเงื่อนไขบังคับก่อนที่เป็นผลให้มูลหนี้ระงับต่อเมื่อจำเลยปฏิบัติการชำระหนี้แก่โจทก์ครบถ้วนไม่ ดังนั้น มูลหนี้ที่ออกเช็คตามฟ้องจึงได้สิ้นผลผูกพันไปก่อนที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว คดีเป็นอันเลิกกันตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 7 สิทธิที่โจทก์จะนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ม.7

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ มีฐานะเป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปแล้ว ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นส่งคดีไปไกล่เกลี่ยยังศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกระทรวงยุติธรรมตามความประสงค์ของโจทก์และจำเลยทั้งสอง ต่อมาโจทก์และจำเลยทั้งสองแถลงว่าโจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงกันได้และทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยทั้งสองตกลงผ่อนชำระเงินตามเช็คจำนวน ๔ งวด งวดละ ๑๕,๐๐๐ บาท หากจำเลยทั้งสองชำระเงินครบถ้วนแล้วจะถอนฟ้องรายละเอียดปรากฏตามสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับลงวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๐ แล้ววินิจฉัยว่า สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวทำขึ้นโดยความสมัครใจของโจทก์และจำเลยทั้งสอง ไม่จำเป็นต้องกระทำต่อหน้าศาลหรือต่อผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนเสมอไปอาจกระทำกันนอกศาลได้ ทั้งมิใช่พยานหลักฐานที่เกิดจากแรงจูงใจหรือคำมั่นที่ผิดข้อตกลงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๖ ดังที่โจทก์อ้าง เมื่อโจทก์และจำเลยทั้งสองได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย โดยมีข้อความระบุว่าจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายหรือดำเนินคดีทางแพ่ง เกี่ยวกับสัญญาว่าจ้างอันเป็นมูลเหตุให้จำเลยทั้งสองสั่งจ่ายเช็คพิพาทคดีนี้อีก เป็นการระงับข้อพิพาทในมูลหนี้ที่สั่งจ่ายเช็คพิพาท สัญญาประนีประนอมยอมความจึงบังคับกันได้ตามกฎหมาย มีผลทำให้สิทธิเรียกร้องหนี้ตามเช็คที่โจทก์ยอมสละนั้นระงับสิ้นไปและโจทก์ได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น แม้สัญญาประนีประนอมยอมความจะมีข้อตกลงว่าหากจำเลยทั้งสองผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งยอมให้โจทก์ดำเนินคดีอาญาต่อไปทันทีและเมื่อจำเลยทั้งสองชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้ว โจทก์ยอมให้หนี้ตามเช็คในคดีอาญาสิ้นผลผูกพันไปทั้งฉบับ โจทก์ตกลงว่าจะไปขอถอนฟ้องคดีต่อศาลชั้นต้น ก็มิใช่เป็นเงื่อนไขบังคับก่อนที่เป็นผลให้มูลหนี้ระงับต่อเมื่อจำเลยทั้งสองปฏิบัติการชำระหนี้แกโจทก์ครบถ้วนไม่ ดังนั้น มูลหนี้ที่ออกเช็คตามฟ้องจึงได้สิ้นผลผูกพันไปก่อนที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว คดีเป็นอันเลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๗ สิทธิที่โจทก์นำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำหน่ายคดีชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 893/2544 นายสุทิน ญานเกียรติพงศ์ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดศิลป์ลิษา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุทิน ญานเกียรติพงศ์ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดศิลป์ลิษา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · จำรูญ แสนภักดี · วสันต์ ตรีสุวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นางสาวธัญลักษณ์ นาควัชระ · ศาลอุทธรณ์ - นายวรพจน์ วิไลชนม์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1000/2505ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 1979/2521ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1499/2531ฎีกา 898/2534ฎีกา 8207/2538ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 953/2505ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 2379/2565ฎีกา 7631/2552ฎีกา 4541/2550ฎีกา 174/2538ฎีกา 6241/2538ฎีกา 5712/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา