คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4743/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลมีคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งที่คู่ความได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ย่อมทำให้หนี้ที่ระบุในเช็คสิ้นผลผูกพันไปก่อนคำพิพากษาถึงที่สุด และสิทธิในการฟ้องคดีอาญาฐานใช้เช็คที่ไม่มีเงินตามกฎหมายย่อมระงับไป.
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน และศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุดแล้ว ทำให้หนี้ที่จำเลยได้ออกเช็คเพื่อใช้เงินนั้นได้สิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด คดีจึงเป็นอันเลิกกันตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 7 สิทธิของโจทก์ในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ.มาตรา 39 จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ย่อมมีผลเท่ากับว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตามป.วิ.อ.มาตรา 220 ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์มาโดยไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ๔๑ บริษัทโกรเบสท์ คอร์โพเรชั่น จำกัด · จำกัด - ๑ บริษัทศรีอาดังการเพาะเลี้ยง · จำเลย - กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ · พิมล สมานิตย์ · เสงี่ยม คชาธาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสตูล - นายธวัชชัย ถาวรสุจริตกุล · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายวิเชียร ใยยะธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา