⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 534/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 534/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองมีผลสมบูรณ์เมื่อผู้เป็นสมาชิกได้ยื่นหนังสือลาออกต่อพรรคการเมืองนั้นแล้ว และการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วันก่อนวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ย่อคำพิพากษา

ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน มาตรา 107 (4) ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน เมื่อข้อเท็จจริงน่าเชื่อตามพยานหลักฐานของผู้ร้องว่า ผู้ร้องยื่นหนังสือลาออกต่อพรรคมหาชนในวันที่ 16 กันยายน 2547 ดังนั้น เมื่อ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 22 บัญญัติว่า สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงเมื่อ...(2) ลาออก ย่อมต้องถือว่าการลาออกจากสมาชิกพรรคมหาชนของผู้ร้องมีผลเมื่อผู้ร้องยื่นหนังสือลาออกต่อพรรคมหาชนในวันดังกล่าวแล้ว ความเป็นสมาชิกพรรคมหาชนของผู้ร้องจึงสิ้นสุดลงในวันที่ 16 กันยายน 2547 ผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2547 และผู้ร้องสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2548 ผู้ร้องย่อมเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน ผู้ร้องจึงมีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 107 (4)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 ม.29 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 ม.30 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541 ม.22 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ม.107

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งว่า ผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดเชียงใหม่ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ทางพิจารณาศาลฎีกาสืบพยานผู้ร้องแล้ว ส่วนผู้คัดค้านไม่ติดใจสืบพยาน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ในเบื้องต้นโดยคู่ความมิได้โต้แย้งกันว่า ผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2547 ตามหนังสือรับรองของหัวหน้าพรรคการเมือง ต่อมาวันที่ 10 มกราคม 2548 ผู้ร้องได้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดเชียงใหม่หลังจากนั้นวันที่ 20 มกราคม 2548 ผู้คัดค้านแจ้งให้ผู้ร้องทราบว่าไม่รับสมัครผู้ร้องอ้างว่าผู้ร้องมิได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน จึงเป็นบุคคลที่ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2541 มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องขาดคุณสมบัติให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ เห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน มาตรา 107 (4) ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน จึงต้องวินิจฉัยต่อไปว่า ผู้ร้องได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคมหาชนตั้งแต่เมื่อใด ผู้ร้องนำพยานมาสืบได้ความว่า ผู้ร้องได้นำหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคมหาชนฉบับลงวันที่ 15 กันยายน 2547 ไปยื่นที่ทำการชั่วคราวของพรรคมหาชนในวันที่ 16 กันยายน 2547 โดยมีเจ้าหน้าที่ของพรรคมหาชนเป็นผู้รับหนังสือไว้ ส่วนผู้คัดค้านมีเพียงสำเนาหนังสือของพรรคมหาชนที่มีไปถึงผู้ร้อง ซึ่งมีข้อความระบุว่า พรรคมหาชนได้รับหนังสือลาออกของผู้ร้อง และได้คัดชื่อของผู้ร้องออกการเป็นสมาชิกพรรคมหาชนแล้ว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2547 แต่เมื่อผู้ร้องมีตัวผู้ร้องและนายวิจิตร พยานบุคคลของผู้ร้องเบิกความยืนยันสอดคล้องต้องกันว่า ผู้ร้องได้นำหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคมหาชนไปยื่นต่อพรรคมหาชนแล้วเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2547 ประกอบกับผู้คัดค้านก็มิได้นำพยานมาสืบโต้แย้งให้เห็นเป็นอย่างอื่น จึงน่าเชื่อตามพยานหลักฐานของผู้ร้องว่า ผู้ร้องยื่นหนังสือลาออกต่อพรรคมหาชนในวันที่ 16 กันยายน 2547 ดังกล่าว ดังนั้น เมื่อ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541มาตรา 22 บัญญัติว่า สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงเมื่อ...(2) ลาออก ย่อมต้องถือว่าการลาออกจากสมาชิกพรรคมหาชนของผู้ร้องมีผลเมื่อผู้ร้องยื่นหนังสือลาออกต่อพรรคมหาชนในวันดังกล่าวแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้เช่นนี้ ความเป็นสมาชิกพรรคมหาชนของผู้ร้องจึงสิ้นสุดลงในวันที่ 16 กันยายน 2547 ผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2547 และผู้ร้องสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2548 ผู้ร้องย่อมเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน ผู้ร้องจึงมีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) ที่ผู้คัดค้านไม่รับสมัครผู้ร้อง และไม่ประกาศให้ผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย คำร้องของผู้ร้องฟังขึ้น จึงมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านรับสมัครผู้ร้องและประกาศให้ผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งตามกฎหมาย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 534/2548 นายสมชาย ตั้งสัตยาบัน ผู้ร้อง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดเชียงใหม่ ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นายสมชาย ตั้งสัตยาบัน · ผู้คัดค้าน - ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดเชียงใหม่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ ทาวุฒิ · สมชาย จุลนิติ์ · ชาลี ทัพภวิมล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1883/2549ฎีกา 237/2548ฎีกา 232/2548ฎีกา 235/2548ฎีกา 71/2548ฎีกา 8240/2543ฎีกา 8210/2543ฎีกา 18/2548ฎีกา 462/2548ฎีกา 8211/2543ฎีกา 8786/2543ฎีกา 1882/2549ฎีกา 2010/2549ฎีกา 12564/2547ฎีกา 549/2548ฎีกา 2200/2548ฎีกา 535/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา