⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 535/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 535/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อพรรคการเมืองถูกยุบ สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคการเมืองนั้นย่อมสิ้นสุดลง และหากสมาชิกผู้นั้นเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นที่ตั้งขึ้นใหม่หรือเป็นพรรคการเมืองที่เป็นหลัก สมาชิกภาพในพรรคการเมืองนั้นจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่พรรคการเมืองเดิมถูกยุบ.

ย่อคำพิพากษา

เดิมผู้คัดค้านเป็นสมาชิกพรรค ช. เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2547 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรค ช. เนื่องจากพรรค ช. รวมเข้ากับพรรค ท. ดังนั้น ความเป็นสมาชิกพรรค ช. ของผู้คัดค้านจึงสิ้นสุดลงตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541 มาตรา 22 (5) และผู้คัดค้านเป็นสมาชิกพรรค ท. ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่เป็นหลักตั้งแต่วันดังกล่าวตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541 มาตรา 73 วรรคสอง ประกอบมาตรา 72 วรรคหนึ่ง การที่ผู้คัดค้านส่งหนังสือลาออกไปยังที่ทำการของพรรค ช. ในวันที่ 30 กันยายน 2547 ไม่ได้ส่งไปยังที่ทำการของพรรค ท. จะถือว่าหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ท. ของผู้คัดค้านถึงที่ทำการของพรรค ท. แล้วไม่ได้ จึงไม่มีผลทำให้การเป็นสมาชิกพรรค ท. ของผู้คัดค้านสิ้นสุดลง ซึ่งพรรค ท. ได้รับหนังสือลาออกของผู้คัดค้านในวันที่ 21 มกราคม 2548 ดังนั้น ผู้คัดค้านจึงพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรค ท. ในวันดังกล่าว ผู้คัดค้านสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดอุดรธานี สังกัดพรรค ป. เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2548 ผู้คัดค้านจึงเป็นสมาชิกพรรค ป. เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกันถึงวันสมัครรับเลือกตั้งไม่ถึง 90 วัน ผู้คัดค้านเป็นผู้ขาดคุณสมบัติมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541 ม.22 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541 ม.72 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541 ม.73 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ม.107

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2548 ผู้ร้องได้ประกาศชื่อ นายสุรเชษฐ์ผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดอุดรธานี สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ต่อมาปรากฏหลักฐานว่าผู้คัดค้านลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2548 ผู้คัดค้านจึงมิได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน ผู้คัดค้านจึงเป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 มาตรา 29 ขอให้ศาลฎีกาเพิกถอนการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดอุดรธานีของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ในวันนัดพิจารณา คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริง ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งให้งดการไต่สวน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ...ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียว นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน เดิมผู้คัดค้านเป็นสมาชิกพรรคชาติพัฒนาเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2547 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคชาติพัฒนาเนื่องจากพรรคชาติพัฒนารวมเข้ากับพรรคไทยรักไทย ดังนั้น ความเป็นสมาชิกพรรคชาติพัฒนาของผู้คัดค้านจึงสิ้นสุดลงตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541 มาตรา 22 (5) และผู้คัดค้านเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่เป็นหลักตั้งแต่วันดังกล่าวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541 มาตรา 73 วรรคสอง ประกอบมาตรา 72 วรรคหนึ่ง การที่ผู้คัดค้านส่งหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคชาติพัฒนาและหนังสือลาออกดังกล่าวไปถึงพรรคชาติพัฒนาในวันที่ 30 กันยายน 2547 จึงไม่ก่อให้เกิดผลใดๆ เพราะขณะนั้นความเป็นสมาชิกพรรคชาติพัฒนาของผู้คัดค้านสิ้นสุดลงแล้ว จึงต้องวินิจฉัยต่อไปว่า ผู้คัดค้านได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยเมื่อใด ที่ผู้คัดค้านอ้างว่าได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยแล้วโดยได้ส่งหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยฉบับลงวันที่ 28 กันยายน 2547 ถึงหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แม้ส่งไปที่ทำการของพรรคชาติพัฒนาแต่เมื่อพรรคชาติพัฒนารวมเข้ากับพรรคไทยรักไทยซึ่งทำให้บรรดาทรัพย์สินของพรรคชาติพัฒนาโอนไปเป็นของพรรคไทยรักไทยตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง จึงถือว่าผู้คัดค้านลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยโดยชอบแล้วนั้น เห็นว่า แม้บรรดาทรัพย์สินของพรรคชาติพัฒนาจะโอนไปเป็นของพรรคไทยรักไทยตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง จึงถือว่าผู้คัดค้านลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยโดยชอบแล้วนั้น เห็นว่า แม้บรรดาทรัพย์สินของพรรคชาติพัฒนาจะโอนไปเป็นของพรรคไทยรักไทยก็ตามแต่ไม่ได้หมายความว่าที่ทำการของพรรคชาติพัฒนาจะเป็นที่ทำการของพรรคไทยรักไทยไปด้วย เมื่อผู้คัดค้านก็ทราบอยู่ว่าที่ทำการของพรรคไทยรักไทยอยู่คนละแห่งกับที่ทำการของพรรคชาติพัฒนา การที่ผู้คัดค้านส่งหนังสือลาออกดังกล่าวไปยังที่ทำการของพรรคชาติพัฒนา ไม่ได้ส่งไปยังที่ทำการของพรรคไทยรักไทยและหนังสือลาออกดังกล่าวไปถึงที่ทำการพรรคชาติพัฒนาในวันที่ 30 กันยายน 2547 จะถือว่าหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยของผู้คัดค้านถึงที่ทำการของพรรคไทยรักไทยแล้วไม่ได้ จึงไม่มีผลทำให้การเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยของผู้คัดค้านสิ้นสุดลงในวันดังกล่าว แม้ผู้คัดค้านจะอ้างว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคชาติพัฒนาเนื่องจากพรรคชาติพัฒนารวมเข้ากับพรรคไทยรักไทยแล้วเจ้าหน้าที่ของพรรคชาติพัฒนาเดิมได้ส่งหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยดังกล่าวให้แก่พรรคไทยรักไทย แต่ผู้คัดค้านก็ยอมรับว่าไม่ทราบว่าพรรคไทยรักไทยได้รับหนังสือลาออกดังกล่าวเมื่อใด แต่ในข้อนี้กลับได้ความจากหนังสือของนายภูมิธรรมรองเลขาธิการพรรคไทยรักไทย เอกสารท้ายคำร้องของผู้ร้องว่าพรรคไทยรักไทยได้รับหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยของผู้คัดค้าน เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2548 จึงเชื่อว่าพรรคไทยรักไทยได้รับหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยของผู้คัดค้านในวันที่ 21 มกราคม 2548 ผู้คัดค้านจึงพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยในวันดังกล่าว ผู้คัดค้านสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดอุดรธานี สังกัดพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2548 ผู้คัดค้านจึงเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกันถึงวันสมัครรับเลือกตั้งไม่ถึง 90 วัน ผู้คัดค้านเป็นผู้ขาดคุณสมบัติมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) คำร้องของผู้ร้องฟังขึ้น จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของผู้คัดค้านในเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดอุดรธานี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 535/2548 ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดอุดรธานี ผู้ร้อง นายสุรเชษฐ์ อ่อนคำ ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดอุดรธานี · ผู้คัดค้าน - นายสุรเชษฐ์ อ่อนคำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ · กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ · จิระ โชติพงศ์

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1883/2549ฎีกา 237/2548ฎีกา 232/2548ฎีกา 235/2548ฎีกา 534/2548ฎีกา 71/2548ฎีกา 462/2548ฎีกา 2010/2549ฎีกา 12564/2547ฎีกา 549/2548ฎีกา 2200/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · ศาลฎีกา