⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 904/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 904/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่งตามมาตรา 97 แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ จะต้องปรากฏในคำพิพากษาของศาลชั้นต้นอย่างชัดแจ้ง หากศาลชั้นต้นมิได้เพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่ง ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจกำหนดโทษโดยเพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่งได้.

ย่อคำพิพากษา

ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น แม้จะพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 97 ด้วยก็ตาม แต่ในขั้นตอนการลงโทษจำคุกแก่จำเลยนั้น ศาลชั้นต้นได้เรียงกระทงลงโทษโดยลงโทษจำคุกฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 6 ปี และฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 ปี ทั้งนี้ ไม่ปรากฏข้อความในคำพิพกาษาของศาลชั้นต้นให้ตีความได้ว่าศาลชั้นต้นได้เพิ่มโทษจำคุกแก่จำเลยกึ่งหนึ่งแล้วแต่อย่างใด ประกอบพฤติการณ์แห่งคดีที่รับฟังยุติว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางมีจำนวนถึง 50 เม็ด และจำเลยก็เคยกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาก่อน แสดงว่าศาลชั้นต้นได้กำหนดโทษจำเลยในคดีนี้โดยยังมิได้เพิ่มโทษแก่จำเลยอีกกึ่งหนึ่งตามมาตรา 97 คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่กำหนดโทษแก่จำเลยโดยเพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่งจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.97

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 97, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ริบเมทแอมเฟตามีน คืนธนบัตรของกลางที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าของ และเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคสอง, 97 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 6 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 ปี คืนธนบัตรของกลางที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าของ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคหนึ่ง (ที่ถูก มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่)) ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้จำคุก 5 ปี เพิ่มโทษกระทงละกึ่งหนึ่งตามมาตรา 97 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เป็นจำคุก 9 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเป็นจำคุก 7 ปี 6 เดือน ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งแล้ว ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คงจำคุก 4 ปี 6 เดือน ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน รวมสองกระทงจำคุก 7 ปี 15 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังยุติได้ว่า เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2545 เวลากลางวัน จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 50 เม็ด น้ำหนัก 4.488 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำเลยได้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวจำนวน 30 เม็ด ให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อในราคา 1,800 บาท อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมยึดเมทแอมเฟตามีนดังกล่าว และธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อ 1,800 บาท เป็นของกลาง ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก 6 เดือน ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2321/2544 ของศาลชั้นต้น และภายในเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโทษคดีดังกล่าว จำเลยได้มากระทำความผิดในคดีนี้ ซึ่งในคดีนี้จะต้องเพิ่มโทษที่จะลงแก่จำเลยอีกกึ่งหนึ่งของโทษที่กำหนดในคดีนี้ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 97 พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้โดยเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 97 แล้ว แต่มิได้แยกและอธิบายระวางโทษและเพิ่มให้ชัดเจน การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เพิ่มโทษซ้ำจึงไม่ถูกต้องหรือไม่ เห็นว่า ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น แม้จะพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 97 ด้วยก็ตาม แต่ในขั้นตอนการลงโทษจำคุกแก่จำเลยนั้น ศาลชั้นต้นได้เรียงกระทงลงโทษโดยลงโทษจำคุกฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 6 ปี และฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 ปี ทั้งนี้ ไม่ปรากฏข้อความในคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้ตีความได้ว่าศาลชั้นต้นได้เพิ่มโทษจำคุกแก่จำเลยกึ่งหนึ่งแล้วแต่อย่างใดเลย ประกอบพฤติการณ์แห่งคดีที่รับฟังยุติว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางมีจำนวนถึง 50 เม็ด และจำเลยก็เคยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษมาก่อน แสดงว่าศาลชั้นต้นได้กำหนดโทษจำเลยในคดีนี้โดยยังมิได้เพิ่มโทษแก่จำเลยอีกกึ่งหนึ่งตามมาตรา 97 จริง คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่กำหนดโทษแก่จำเลยโดยเพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่งจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 904/2548 พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ นายพรเทพหรือตุ้ย วงษ์วิจารณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี · จำเลย - นายพรเทพหรือตุ้ย วงษ์วิจารณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปัญญา สุทธิบดี · พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์ · สถิตย์ อรรถบลยุคล
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6846/2558ฎีกา 5311/2549ฎีกา 4189/2550ฎีกา 2330/2525ฎีกา 6522/2560ฎีกา 5925/2537ฎีกา 2049/2551ฎีกา 2610/2566ฎีกา 3980/2547ฎีกา 347/2543ฎีกา 5372/2556ฎีกา 7263/2541ฎีกา 7329/2543ฎีกา 2609/2566ฎีกา 1054/2547ฎีกา 647/2523ฎีกา 2106/2523ฎีกา 1641/2524ฎีกา 3247/2527ฎีกา 5561/2550ฎีกา 413/2549ฎีกา 6711/2531ฎีกา 6790/2559ฎีกา 14087/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ