⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2106/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2106/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดเกี่ยวกับกัญชาตามกฎหมายใหม่ให้ถือว่าเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายยาเสพติดให้โทษ และสามารถนำความผิดเดิมมาเป็นเหตุเพิ่มโทษตามกฎหมายใหม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตซ้ำกันถึง 2 ครั้ง ภายในเวลา 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษคดีก่อนแม้ว่าโทษครั้งก่อนจะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติกัญชาแต่พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ได้บัญญัติให้ยกเลิกพระราชบัญญัติกัญชาทั้งฉบับแล้วนำมาบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษโดยให้ถือว่ากัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 และผู้ที่มีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมีความผิดฉะนั้น การที่จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตทั้งในคดีก่อนและคดีหลังจึงต้องถือว่าเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษด้วยกันจึงอยู่ในเกณฑ์ที่จะเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ.2522 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.97

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีกัญชาไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 26, 76, 97, 102, 103 จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษจริงตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26, 76 วางโทษจำคุก 3 เดือน ลดกึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 เดือน 15 วันยกคำขอที่ให้เพิ่มโทษโดยอ้างว่าความผิดฐานมีกัญชาโดยมิได้รับอนุญาตในคดีก่อนไม่ใช่ความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษจึงเพิ่มโทษตามมาตรา 97 ไม่ได้ โจทก์อุทธรณ์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาขอให้เพิ่มโทษ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตซ้ำกันถึง 2 ครั้ง ภายในเวลา 5 ปีนับแต่วันพ้นโทษคดีก่อนแม้ว่าโทษครั้งก่อนจะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติกัญชา พ.ศ. 2477 แต่พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 3 ได้บัญญัติให้ยกเลิกพระราชบัญญัติกัญชา พ.ศ. 2477 ทั้งฉบับ แล้วนำมาบัญญัติไว้ในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 โดยให้ถือว่า กัญชา เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 และผู้ที่มีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมีความผิดตามมาตรา 26, 76 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท ฉะนั้น การที่จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตทั้งในคดีก่อนและคดีหลัง จึงต้องถือว่าเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษด้วยกัน เมื่อจำเลยกระทำความผิดดังกล่าวซ้ำภายในเวลา 5 ปีนับแต่วันพ้นโทษจึงอยู่ในเกณฑ์ที่จะเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ได้ พิพากษาแก้เป็นให้เพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งตามมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 เป็นจำคุก 4 เดือน 15 วัน แล้วลดโทษกึ่งหนึ่ง เพราะจำเลยรับสารภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงเหลือโทษจำคุก 2 เดือน 7 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2106/2523 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายสมพงษ์ ไพบูลย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายสมพงษ์ ไพบูลย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวี กสิยพงศ์ · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6846/2558ฎีกา 5311/2549ฎีกา 4189/2550ฎีกา 2330/2525ฎีกา 6522/2560ฎีกา 5925/2537ฎีกา 2049/2551ฎีกา 2610/2566ฎีกา 3980/2547ฎีกา 347/2543ฎีกา 5372/2556ฎีกา 7263/2541ฎีกา 7329/2543ฎีกา 2609/2566ฎีกา 1054/2547ฎีกา 647/2523ฎีกา 1641/2524ฎีกา 3247/2527ฎีกา 5561/2550ฎีกา 413/2549ฎีกา 6711/2531ฎีกา 6790/2559ฎีกา 14087/2553ฎีกา 2413/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา