คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 347/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเพิ่มโทษจำเลยเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยจึงยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ แม้จะไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ปัญหาว่าการเพิ่มโทษจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยย่อมยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 เมื่อโจทก์มิได้แก้ฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงที่จำเลยกล่าวอ้างในฎีกา จึงต้องฟังว่าขณะที่จำเลยกระทำความผิดคดีนี้ คดีซึ่งโจทก์อ้างเป็นเหตุขอให้เพิ่มโทษยังไม่ถึงที่สุด ศาลชั้นต้นจะเพิ่มโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 97 มิได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ , ๗ , ๘ , ๑๕ , ๖๗ , ๙๗ และ เพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย
จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง , ๖๗ จำคุก ๑ ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙๗ เป็นจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๙ เดือน
จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า... มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า ศาลชั้นต้นเพิ่มโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า ขณะที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคดีนี้ คดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๑๑๕/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้น ซึ่งโจทก์อ้างเป็นเหตุขอให้เพิ่มโทษ ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ศาลชั้นต้นจึงเพิ่มโทษจำเลยมิได้ เห็นว่า ปัญหาว่าการเพิ่มโทษจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๒ จำเลยย่อมยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕ คดีนี้เมื่อโจทก์มิได้แก้ฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงที่จำเลยกล่าวอ้างในฎีกา ต้องฟังว่าขณะที่จำเลยกระทำความผิดคดีนี้ คดีซึ่งโจทก์อ้างเป็นเหตุขอให้เพิ่มโทษยังไม่ถึงที่สุด ศาลชั้นต้นจะเพิ่มโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙๗ มิได้ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น...
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอให้เพิ่มโทษ คงลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด ๑ ปี เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก ๖ เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒.
นายสุวิทย์ พรพานิช ผู้ช่วยฯ
นางสาวอังคณา สินเกษม ย่อ
นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ
นายเดชา หงส์ทอง ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 347/2543
นายปัน สอนสุกอง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | สอนสุกอง - นายปัน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กมล เพียรพิทักษ์ · สมชาย พงษธา · จรัส พวงมณี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงราย - นายปัญญาวุธ วิสุทธิ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายปกรณ์ บุญญกูล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา