⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2023/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2023/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองโดยไม่มีการลงลายมือชื่อและวันเดือนปีที่ทำการแก้ไขกำกับไว้ เป็นข้อพิรุธที่ทำให้ทะเบียนสมาชิกนั้นไม่น่าเชื่อถือ และไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ว่าผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองตามที่กล่าวอ้าง.

ย่อคำพิพากษา

ทะเบียนสมาชิกหมายเลข 141781 ซึ่งผู้ร้องอ้างว่าเป็นหมายเลขสมาชิกของผู้ร้องโดยใช้ชื่อเดิมคือ ส. มีร่องรอยการใช้สีขาวป้ายทับชื่อเดิมแล้วเขียนชื่อผู้ร้องแทน ทำให้ไม่สามารถมองเห็นชื่อเดิมได้ จึงไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อเดิมที่ถูกลบไปนั้นเป็นชื่อ ส. จริงหรือไม่ และไม่มีลายมือชื่อผู้ทำการแก้ไข วัน เดือน ปี ที่ทำการแก้ไขกำกับไว้ จึงไม่อาจตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแก้ไขดังกล่าวได้ อันเป็นข้อพิรุธทำให้สมุดทะเบียนสมาชิกพรรคที่ผู้ร้องอ้างไม่น่าเชื่อถือ แม้บันทึกการตรวจสอบทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองจะแสดงว่าเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เข้าไปทำการตรวจสอบทะเบียนสมาชิกของพรรค ป. และผลการตรวจสอบสมาชิกพรรคแบบแบ่งเขตเลือกตั้งปรากฏว่ามีเพียง 5 รายซึ่งไม่ใช่ผู้ร้องที่ไม่มีเอกสารใบสมัครสมาชิก ทะเบียนสมาชิกหรือบัตรสมาชิก แต่เอกสารดังกล่าวเป็นการตรวจสอบภายหลังจากที่มีการประกาศรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว จึงไม่อาจรับฟังว่าพรรค ป. ได้รับผู้ร้องเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2533 เมื่อพยานหลักฐานของผู้ร้องไม่มีน้ำหนักให้รับฟังว่า ผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรค ป. นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน ผู้ร้องไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 107 (4) ผู้คัดค้านชอบที่จะไม่รับสมัครและไม่ประกาศชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ม.107

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดชุมพร รับสมัครผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2549 ผู้ร้องสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดชุมพร แต่ผู้คัดค้านไม่รับสมัครผู้ร้องเนื่องจากไม่พบข้อมูลว่าผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยหรือพรรคการเมืองใดจึงไม่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) ที่บัญญัติว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน หรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องอ้างว่า เดิมผู้ร้องชื่อนางสาวสายฝน บังเกิดผล เป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยตามบัตรสมาชิกพรรคหมายเลข 141781 ลงวันที่ 23 ตุลาคม 2533 ต่อมาผู้ร้องได้เปลี่ยนชื่อและชื่อสกุลเป็นนางพัชริดา ธนาชนภัทร์ จึงขอทำบัตรสมาชิกพรรคใหม่เพื่อให้ตรงกับชื่อและชื่อสกุลใหม่ของผู้ร้อง พรรคประชากรไทยได้ทำบัตรสมาชิกพรรคให้ผู้ร้องโดยใช้ชื่อ นางพัชริดา ธนาชนภัทร์ แต่ใช้ลำดับหมายเลขสมาชิกและวันออกบัตรเดิมของผู้ร้องในการออกบัตรสมาชิกใหม่นั้น ศาลได้ตรวจสอบสมุดทะเบียนสมาชิกพรรคที่นายทะเบียนพรรคนำมาแสดงในวันพิจารณาแล้วปรากฏว่าทะเบียนสมาชิกหมายเลข 141781 ซึ่งผู้ร้องอ้างว่าเป็นหมายเลขสมาชิกของผู้ร้องโดยใช้ชื่อเดิมคือนางสาวสายฝน บังเกิดผล มีร่องรอยการใช้สีขาวป้ายทับชื่อเดิมแล้วเขียนชื่อผู้ร้องแทน ทำให้ศาลไม่สามารถมองเห็นชื่อเดิมได้ จึงไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อเดิมที่ถูกลบไปนั้นเป็นชื่อนางสาวสายฝนจริงหรือไม่ และไม่มีลายมือชื่อผู้ทำการแก้ไข และวัน เดือน ปี ที่ทำการแก้ไขกำกับไว้จึงไม่อาจตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแก้ไขดังกล่าวได้ อันเป็นข้อพิรุธทำให้สมุดทะเบียนสมาชิกพรรคที่ผู้ร้องอ้างไม่น่าเชื่อถือ แม้บันทึกการตรวจสอบทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองจะแสดงว่าเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เข้าไปทำการตรวจสอบทะเบียนสมาชิกของพรรคประชากรไทยและผลการตรวจสอบสมาชิกพรรคแบบแบ่งเขตเลือกตั้งปรากฏว่ามีเพียง 5 ราย ซึ่งไม่ใช่ผู้ร้องที่ไม่มีเอกสารใบสมัครสมาชิก ทะเบียนสมาชิกหรือบัตรสมาชิกก็ตาม แต่เอกสารดังกล่าวเป็นการตรวจสอบเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2549 อันเป็นเวลาภายหลังจากที่มีการประกาศรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วไม่อาจรับฟังว่าพรรคประชากรไทยได้รับผู้ร้องเป็นสมาชิกวันที่ 21 ตุลาคม 2533 จริงตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง สำหรับบัตรประจำตัวสมาชิกพรรคประชากรไทยของผู้ร้องซึ่งเป็นชื่อของนางสาวสายฝน บังเกิดผล นั้น เมื่อสมุดทะเบียนสมาชิกพรรคไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อสมาชิกในลำดับหมายเลข 141781 เป็นชื่อนางสาวสายฝน บังเกิดผล จริงหรือไม่ดังที่ได้วินิจฉัยไว้ข้างต้นแล้วจึงไม่อาจนำมารับฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2533 ตามที่ผู้ร้องอ้าง พยานหลักฐานของผู้ร้องไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า ผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน ผู้ร้องไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) ที่ผู้คัดค้านไม่รับสมัครและไม่ประกาศชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งชอบแล้ว" จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2023/2549 นางพัชริดา ธนาชนภัทร์ ผู้ร้อง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขต เลือกตั้งที่ 3 จังหวัดชุมพร ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางพัชริดา ธนาชนภัทร์ · ผู้คัดค้าน - ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดชุมพร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกษม วีรวงศ์ · ชวลิต ตุลยสิงห์ · มนตรี ยอดปัญญา
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 538/2548ฎีกา 1846/2549ฎีกา 1844/2549ฎีกา 2025/2549ฎีกา 2012/2549ฎีกา 71/2548ฎีกา 2046/2549ฎีกา 1832/2549ฎีกา 1890/2549ฎีกา 1882/2549ฎีกา 2007/2549ฎีกา 2005/2549ฎีกา 1855/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ