⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2046/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2046/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่พรรคการเมืองไม่แจ้งจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง อาจส่งผลให้การเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของบุคคลนั้นมีข้อพิรุธ และอาจนำไปสู่การขาดคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้งได้ หากไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วันก่อนวันสมัครรับเลือกตั้ง

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองฯ มาตรา 34 วรรคสอง บัญญัติว่า หัวหน้าพรรคการเมืองต้องแจ้งจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมาให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเดือนมกราคมของทุกปี การที่ผู้ร้องไม่มีชื่ออยู่ในระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองและทะเบียนสมาชิกพรรค ก. น่าเชื่อว่าเกิดจากการที่พรรค ก. ไม่ได้แจ้งชื่อผู้ร้องไปให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบ จึงเป็นข้อพิรุธเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในการเป็นสมาชิกพรรค ก. ของผู้ร้อง เมื่อผู้ร้องไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน ผู้ร้องเป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 107 (4)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541 ม.34 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ม.107

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามกฎหมายและได้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดยโสธร สังกัดพรรคเกษตรกรไทย ต่อมาวันที่ 14 มีนาคม 2549 ผู้คัดค้านได้แจ้งให้ผู้ร้องทราบว่า ผู้ร้องขาดคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) จึงขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งว่าผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดยโสธร ผู้คัดค้านไม่ยื่นคำคัดค้าน วันนัดพิจารณาศาลฎีกาสอบข้อเท็จจริงจากผู้ร้องแล้ว เห็นว่า ข้อเท็จจริงเพียงพอแก่การวินิจฉัยแล้วจึงให้งดสืบพยาน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2549 ผู้ร้องได้ไปสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดยโสธร ต่อมาผู้คัดค้านแจ้งให้ผู้ร้องทราบว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เพราะขาดคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) ผู้ร้องจึงมายื่นคำร้องเป็นคดีนี้ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องขาดคุณสมบัติมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) หรือไม่ เห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน ผู้ร้องอ้างว่าผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคเกษตรกรไทย ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2548 ผู้ร้องแถลงต่อศาลฎีกาว่า ได้มีหนังสือคณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดยโสธรว่าไม่พบชื่อผู้ร้องในระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองและทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง ผู้ร้องไม่ทราบว่าเหตุใดผู้ร้องจึงไม่มีชื่ออยู่ในระบบฐานข้อมูลดังกล่าวและไม่ทราบด้วยว่า พรรคการเมืองที่ผู้ร้องสังกัดคือพรรคเกษตรกรไทยได้แจ้งชื่อผู้ร้องซึ่งเป็นสมาชิกเพิ่มเติมไปให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบตามกฎหมายพรรคการเมืองแล้วหรือไม่ แต่ผู้ร้องได้มีชื่อเป็นสมาชิกอยู่ในทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองของพรรคเกษตรกรไทยตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2548 ดังนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541 มาตรา 34 วรรคสอง หัวหน้าพรรคการเมืองต้องแจ้งจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมาให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเดือนมกราคมของทุกปี การที่ผู้ร้องไม่มีชื่ออยู่ในระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองและทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองดังกล่าวข้างต้นน่าเชื่อว่าเกิดจากการที่พรรคเกษตรกรไทย ไม่ได้แจ้งชื่อผู้ร้องไปให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบนั่นเอง เมื่อพรรคเกษตรกรไทยไม่แจ้งชื่อผู้ร้องไปให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบตามที่กฎหมายกำหนดไว้จึงเป็นข้อพิรุธเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในการเป็นสมาชิกพรรคเกษตรกรไทยของผู้ร้อง ข้ออ้างของผู้ร้องที่ว่าไม่ทราบว่าพรรคเกษตรกรไทยได้แจ้งรายชื่อผู้ร้องซึ่งเป็นสมาชิกเพิ่มเติมไปให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบตามกฎหมายแล้วหรือไม่ และผู้ร้องไม่ทราบว่าเหตุใดผู้ร้องจึงไม่มีชื่ออยู่ในระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองและทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองล้วนแต่เลื่อนลอยไม่ประกอบด้วยเหตุผลอันจะทำให้รับฟังได้ตามคำร้อง ข้อเท็จจริงไม่น่าเชื่อว่าผู้ร้องได้เป็นสมาชิกพรรคเกษตรกรไทยตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2548 ตามที่ผู้ร้องอ้าง ผู้ร้องจึงไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน ผู้ร้องเป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) ที่ผู้คัดค้านไม่รับสมัครและไม่ประกาศชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งชอบแล้ว" จึงมีคำสั่งยกคำร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2046/2549 นายวีระศักดิ์ บุญทศ ผู้ร้อง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำ เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดยโสธร ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นายวีระศักดิ์ บุญทศ · ผู้คัดค้าน - ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดยโสธร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สิทธิชัย รุ่งตระกูล · ธนัท วิรบุตร์ · เฉลิมชัย จารุไพบูลย์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 538/2548ฎีกา 1846/2549ฎีกา 1844/2549ฎีกา 2025/2549ฎีกา 2012/2549ฎีกา 71/2548ฎีกา 1832/2549ฎีกา 1890/2549ฎีกา 1882/2549ฎีกา 2007/2549ฎีกา 2023/2549ฎีกา 2005/2549ฎีกา 1855/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ