⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 34/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 34/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องแย้งที่มีเงื่อนไขซึ่งขึ้นอยู่กับผลของคดีเดิม ถือเป็นฟ้องแย้งที่ไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องแย้งของจำเลยที่เรียกค่าเสียหายเป็นค่ารื้อถอนอาคารที่จำเลยได้ก่อสร้างบนที่ดินตามฟ้องจากโจทก์เป็นฟ้องแย้งที่ขึ้นอยู่กับข้ออ้างตามฟ้องแย้งของจำเลยที่ให้การต่อสู้ว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยหรือไม่ หากข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่จำเลยให้การ จำเลยก็ไม่ต้องรื้อถอนอาคารออกไป ค่าเสียหายตามฟ้องแย้งของจำเลยย่อมไม่เกิดขึ้น และศาลชอบที่จะพิพากษายกฟ้องโจทก์ หากข้อต่อสู้ตามคำให้การฟังไม่ได้ ศาลก็ต้องพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนอาคารออกไป เมื่อนั้นค่าเสียหายที่จำเลยฟ้องแย้งก็อาจจะเกิดมีขึ้นได้ข้ออ้างตามฟ้องแย้งจึงเป็นเรื่องที่จะต้องฟังผลของคดีเป็นสำคัญมิได้มีข้อโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ระหว่างจำเลยกับโจทก์ในขณะที่จำเลยฟ้องแย้ง เป็นฟ้องแย้งที่มีเงื่อนไข ซึ่งถือว่าเป็นฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2543 โจทก์ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 6271 เนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน 94 ตารางวา จากนางวิภา รังสินธุ์ ปรากฏว่ามีบ้านเลขที่ 742 หมู่ที่ 1 ตำบลท่าถ่าน ของจำเลยปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าวเนื้อที่ประมาณ 41 ตารางวา โจทก์มีความประสงค์จะใช้ประโยชน์ในที่ดินจึงแจ้งจำเลยรื้อถอนบ้านพร้อมทั้งขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอบังคับให้จำเลยรื้อถอนบ้านดังกล่าวพร้อมทั้งขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์และไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับที่ดินของโจทก์อีกต่อไป กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนบ้านพร้อมทั้งขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 742 ตามฟ้อง จำเลยเช่าที่ดินโฉนดเลขที่ 6271 ดังกล่าวบางส่วนจากนายสุวรรณ วิรุณราช ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2527 มีกำหนด 3 ปี เมื่อครบกำหนดเวลาเช่า นายสุวรรณให้จำเลยเช่าที่ดินต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลา ต่อมาปี 2534 นายสุวรรณจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่นางวิภา รังสินธุ์ นางวิภาย่อมต้องรับโอนซึ่งสิทธิและหน้าที่ของนายสุวรรณ นางวิภาเก็บค่าเช่าที่ดินจากจำเลยตลอดมา ซึ่งระหว่างนั้นจำเลยได้ปลูกสร้างและปรับปรุงต่อเติมอาคารในลักษณะเป็นการถาวรเป็นเงินไม่น้อยกว่า 200,000 บาท ซึ่งจะต้องตกเป็นส่วนควบของที่ดินตามสัญญาเช่าที่ดินท้ายคำให้การจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา หากโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทก็ต้องรับโอนไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีต่อจำเลย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะมิได้บอกเลิกสัญญาต่อจำเลย การที่จำเลยต้องรื้อถอนบ้านและอาคารทำให้จำเลยได้รับความเสียหายที่ได้ก่อสร้างไปเป็นเงิน 200,000 บาท ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลย 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ว่าฟ้องแย้งของจำเลยเป็นฟ้องแย้งที่มีเงื่อนไขหรือไม่ เห็นว่า เมื่อคำขอบังคับตามฟ้องแย้งของจำเลยที่เรียกค่าเสียหายเป็นค่ารื้อถอนอาคารที่จำเลยได้ก่อสร้างบนที่ดินตามฟ้องจากโจทก์นั้นขึ้นอยู่กับข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อความตามฟ้องแย้งของจำเลยที่ให้การต่อสู้คำฟ้องของโจทก์ซึ่งอยู่ในประเด็นแห่งคดีว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยหรือไม่ และหากข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่จำเลยให้การต่อสู้คดีจำเลยก็ไม่ต้องรื้อถอนอาคารออกไปจากที่ดินดังกล่าว ค่าเสียหายตามฟ้องแย้งของจำเลยย่อมไม่เกิดขึ้น และศาลชอบที่จะพิพากษายกฟ้องโจทก์ ในทางตรงข้ามหากข้อต่อสู้ตามคำให้การของจำเลยฟังไม่ได้ ศาลก็ต้องพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนอาคารออกไปจากที่ดินตามคำขอบังคับตามฟ้องของโจทก์ เมื่อนั้นค่าเสียหายที่จำเลยฟ้องแย้งก็อาจจะเกิดมีขึ้นได้ ดังนั้น ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามที่จำเลยฟ้องแย้งจึงเป็นเรื่องที่จะต้องฟังผลของคดีนี้เป็นสำคัญหาได้มีข้อโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ระหว่างจำเลยกับโจทก์ในขณะที่จำเลยฟ้องแย้งไม่ เห็นได้ชัดว่าฟ้องแย้งของจำเลยเป็นฟ้องที่มีเงื่อนไข ซึ่งถือว่าเป็นฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 34/2549 นางคัทลียา กฤตยาวัฒน์ โจทก์ นายถ่องฟุง แซ่ซือฯ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางคัทลียา กฤตยาวัฒน์ · จำเลย - นายถ่องฟุง แซ่ซือฯ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ยอดปัญญา · สบโชค สุขารมณ์ · ประทีป เฉลิมภัทรกุล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 42/2498ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 7122/2545ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 647/2521ฎีกา 369/2522ฎีกา 2752/2537ฎีกา 4335/2539ฎีกา 370/2506ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1603/2551ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 5438/2537ฎีกา 85/2540ฎีกา 8543/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา