⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4540/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4540/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การคำนวณอัตราเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ต้องคำนวณจากค่าทดแทนที่ต้องจ่ายจริงในปีนั้นๆ เท่านั้น ไม่รวมถึงค่าทดแทนส่วนที่ยังไม่ถึงกำหนดจ่าย

ย่อคำพิพากษา

ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและเรียกเก็บเงินสมทบ ลงวันที่ 12 กันยายน 2537 ข้อ 15 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสามนั้น เป็นการเพิ่มหรือลดอัตราเงินสมทบที่นายจ้างต้องจ่ายเป็นการเพิ่มหรือลดตามสัดส่วนการสูญเสียของนายจ้างที่ต้องจ่ายเงินทดแทนโดยใช้จำนวนเงินทดแทนที่ต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างแต่ละคนแต่ละปี สำหรับเงินทดแทนส่วนที่เป็นค่าทดแทนรายเดือนที่กำหนดจ่ายเกินกว่า 1 ปี ค่าทดแทนดังกล่าวหมายเฉพาะค่าทดแทนที่ต้องจ่ายจริงในปีนั้น ๆ เท่านั้น หาได้หมายความรวมถึงค่าทดแทนส่วนที่ยังไม่ถึงเวลาที่ลูกจ้างจะได้รับในปีนั้นด้วยไม่ คำวินิจฉัยคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่ 167/2545 ของจำเลยที่ถือเอาเงินทดแทนที่ต้องจ่ายทั้งสิ้นจำนวน 484,368 บาท เป็นฐานในการคำนวณอัตราส่วนการสูญเสียจึงไม่ชอบ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยดังกล่าว และกำหนดอัตราเงินสมทบใหม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 ม.5 พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 ม.44

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยที่ 167/2545 ของจำเลย และกำหนดให้โจทก์ชำระเงินสมทบประจำปี 2545 ในอัตราร้อยละ 0.2 ของเงินค่าจ้าง 41,000,000 บาท เป็นเงิน 82,000 บาท จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยที่ 167/2545 ของจำเลย และกำหนดให้โจทก์จ่ายเงินสมทบจากการประเมินประจำปี 2545 ในอัตราร้อยละ 0.4 ของค่าจ้าง 41,000,000 บาท เป็นเงิน 164,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บเงินสมทบ ลงวันที่ 12 กันยายน 2537 ข้อ 15 บัญญัติในวรรคหนึ่งว่านายจ้างซึ่งต้องจ่ายเงินสมทบตามตารางที่ 1 มาแล้วสี่ปีติดต่อกัน ให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบในปีถัดไปลดหรือเพิ่มอัตราเงินสมทบตามอัตราส่วนการสูญเสียของนายจ้างตามตารางที่ 2 ท้ายประกาศนี้ ในวรรคสองว่า การคำนวณหาอัตราส่วนการสูญเสียตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานคำนวณอัตราส่วนการสูญเสียโดยเฉลี่ยของนายจ้างแต่ละรายย้อนหลังไปสามปีติดต่อกัน และนำผลที่คำนวณได้ไปใช้ในปีถัดไปจากปีที่คำนวณหาอัตราส่วนการสูญเสีย และในวรรคสามว่า อัตราส่วนการสูญเสียนั้น ให้นำเงินทดแทนซึ่งต้องจ่ายให้ลูกจ้างแต่ละคนคำนวณเป็นร้อยละของเงินสมทบที่นายจ้างผู้นั้นต้องจ่ายในระยะเวลาเดียวกันตามบทบัญญัติข้อ 15 วรรคหนึ่ง วรรคสองและวรรคสาม แห่งประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมดังกล่าวเห็นได้ว่า การเพิ่มหรือลดอัตราเงินสมทบที่นายจ้างต้องจ่ายเป็นการเพิ่มหรือลดตามสัดส่วนการสูญเสียของนายจ้างที่ต้องจ่ายเงินทดแทนโดยใช้จำนวนเงินทดแทนที่ต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างแต่ละคนแต่ละปี สำหรับเงินทดแทนส่วนที่เป็นค่าทดแทนรายเดือนที่กำหนดจ่ายเกินกว่า 1 ปี ค่าทดแทนดังกล่าวหมายเฉพาะค่าทดแทนที่ต้องจ่ายจริงในปีนั้น ๆ เท่านั้น หาได้หมายรวมถึงค่าทดแทนส่วนที่ยังไม่ถึงเวลาที่ลูกจ้างจะได้รับในปีนั้นด้วยไม่ คำวินิจฉัยคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่ 167/2545 ของจำเลยที่ถือเอาเงินทดแทนที่ต้องจ่ายทั้งสิ้นจำนวน 484,368 บาท เป็นฐานในการคำนวณอัตราส่วนการสูญเสียจึงไม่ชอบที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยดังกล่าวและกำหนดอัตราเงินสมทบใหม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4540/2549 บริษัทอดิศรสงขลา จำกัด โจทก์ คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทอดิศรสงขลา จำกัด · จำเลย - คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัย วิวิตเสวี · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · เกษม เวชศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายชูศักดิ์ โชติวานิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 14813/2557ฎีกา 718/2550ฎีกา 15582/2558ฎีกา 4919/2538ฎีกา 9008/2549ฎีกา 1805/2540ฎีกา 481-482/2551ฎีกา 4495/2546ฎีกา 1305/2557ฎีกา 3/2543ฎีกา 9785/2539ฎีกา 2687/2543ฎีกา 1774/2540ฎีกา 2258/2543ฎีกา 896/2547ฎีกา 4636/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา