⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5149/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5149/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายฟ้องคดีต่อศาลก่อน จำเลยย่อมมีสิทธิฟ้องแย้งต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอแบ่งสินสมรสกับโจทก์ได้ แม้สินสมรสที่จำเลยฟ้องแย้งจะอยู่นอกเขตศาลชั้นต้นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

เมื่อโจทก์ซึ่งจดทะเบียนหย่ากับจำเลยแล้ว ได้ฟ้องขอแบ่งสินสมรส หากมีสินสมรสอยู่ที่โจทก์ จำเลยก็ชอบที่จะฟ้องแย้งขอแบ่งสินสมรสกับโจทก์ได้เช่นเดียวกัน แม้สินสมรสที่จำเลยฟ้องแย้งจะเป็นสินสมรสที่อยู่นอกเขตศาลชั้นต้นก็ตาม ทั้งนี้โจทก์เป็นฝ่ายเริ่มต้นคดีโดยฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้นก่อน จึงเป็นกรณีที่มีคดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลชั้นต้นแล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิฟ้องแย้งต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอแบ่งสินสมรสกับโจทก์ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 7 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยจดทะเบียนหย่า โดยไม่ได้บันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับสินสมรสไว้ โจทก์เคยติดต่อให้จำเลยจัดการแบ่งสินสมรสครึ่งหนึ่งแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยแบ่งที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 859 ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง หากแบ่งไม่ได้ให้นำที่ดินออกประมูลขายระหว่างโจทก์กับจำเลย จำเลยให้การ แก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งว่า นอกจากที่ดินตามฟ้องเป็นส่วนหนึ่งของสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยแล้วยังมีสินสมรสอื่นอีก ขอให้ยกฟ้องและให้โจทก์แบ่งสินสมรสแก่จำเลยครึ่งหนึ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับคำให้การของจำเลย ส่วนฟ้องแย้งของจำลย เห็นว่า ทรัพย์สินตามฟ้องแย้งมีที่ตั้งอยู่นอกเขตอำนาจศาลชั้นต้น ประกอบกับคู่ความมีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตอำนาจศาลชั้นต้นเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ทรัพย์สินตามฟ้องแย้งบางส่วนเป็นทรัพย์สินส่วนตัว คดีตามฟ้องแย้งไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลชั้นต้น จึงไม่รับฟ้องแย้ง ให้คืนค่าขึ้นศาลสำหรับฟ้องแย้งทั้งหมด จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยมีว่าจำเลยมีสิทธิฟ้องแย้งขอแบ่งสินสมรสอื่นนอกจากสินสมรสที่โจทก์ระบุในคำฟ้องต่อศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1532 กำหนดให้จัดการแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาเมื่อมีการหย่า ไม่ว่าจะเป็นการหย่าโดยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย หรือหย่าโดยคำพิพากษาของศาล โดยมีจุดมุ่งหมายให้มีการแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาให้เสร็จเรียบร้อยก่อนที่คู่หย่าจะแยกจากกันไปตั้งครอบครัวของตนขึ้นใหม่ ฉะนั้น เมื่อโจทก์ซึ่งจดทะเบียนหย่ากับจำเลยแล้วได้ฟ้องขอแบ่งสินสมรส จำเลยก็ชอบที่จะฟ้องแย้งขอแบ่งสินสมรสกับโจทก์ได้เช่นเดียวกัน แม้สินสมรสที่จำเลยฟ้องแย้งจะเป็นสินสมรสอื่นที่อยู่นอกเขตศาลชั้นต้นก็ตาม ทั้งนี้เพื่อให้ปัญหาการแบ่งสินสมรสเป็นอันยุติไปพร้อมกับการสิ้นสุดแห่งการสมรสด้วยการหย่าประกอบกับโจทก์เป็นฝ่ายเริ่มต้นคดีโดยฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้นก่อน จึงเป็นกรณีที่มีคดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลชั้นต้นแล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิฟ้องแย้งต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอแบ่งสินสมรสกับโจทก์ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 7 (1) ซึ่งเป็นบทบัญญัติยกเว้นมาตรา 4 (1) และมาตรา 4 ทวิ ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้รับฟ้องแย้งของจำเลยไว้พิจารณาดำเนินการต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5149/2549 นางหัทยา ภาสุกาญจน์ หรือสุวรรณลิขิต โจทก์ หรือเหวียนสี นายณัฐวุฒิ สุวรรณลิขิต จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางหัทยา ภาสุกาญจน์ หรือสุวรรณลิขิต · จำเลย - หรือเหวียนสีนายณัฐวุฒิ สุวรรณลิขิต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เรวัตร อิศราภรณ์ · ศิริชัย จิระบุญศรี · ประทีป เฉลิมภัทรกุล
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 42/2498ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 7122/2545ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 647/2521ฎีกา 369/2522ฎีกา 2752/2537ฎีกา 4335/2539ฎีกา 370/2506ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1603/2551ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 5438/2537ฎีกา 85/2540ฎีกา 8543/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ