คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5994/2549
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ที่เกิดจากการกระทำผิดสัญญาจ้างแรงงานและมีหนังสือรับสภาพหนี้เป็นพยานหลักฐาน หากไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะ จะมีอายุความ 10 ปี
ย่อคำพิพากษา
การที่โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างฟ้องให้จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างให้ชำระหนี้ที่เกิดจากการที่จำเลยกระทำผิดสัญญาจ้างแรงงานโดยเบิกสินค้าของโจทก์ไปแล้วไม่ส่งคืนแล้วทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ต่อโจทก์ เป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาจ้างแรงงาน มิได้ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามหนังสือรับสภาพหนี้ เพียงแต่อ้างว่าจำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้เพื่อเป็นพยานหลักฐานประกอบว่าจำเลยได้กระทำผิดสัญญาจ้างแรงงานไว้ด้วยเท่านั้น หนี้ดังกล่าวมิได้มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 210,161 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 191,057 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะนายเฉลิม ไม่ใช่หุ้นส่วนผู้จัดการของโจทก์ หนังสือมอบอำนาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม จำเลยไม่เคยเป็นหนี้โจทก์ตามฟ้อง เอกสารที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเอกสารปลอมโจทก์คิดดอกเบี้ยเกินอัตราเป็นโมฆะ และคดีขาดอายุความแล้ว
ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าให้จำเลยชำระเงินจำนวน 98,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2544 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยเพียงประการเดียวว่าหนี้ที่จำเลยผิดสัญญาไม่ส่งคืนสินค้าที่เบิกไปแก่โจทก์ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระแก่โจทก์นั้นมีอายุความฟ้องคดี 10 ปี หรือ 2 ปี เห็นว่า หนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ที่เกิดจากการที่จำเลยกระทำผิดสัญญาจ้างแรงงานโดยเบิกสินค้าของโจทก์ไปแล้วไม่ส่งคืนคิดเป็นเงิน 98,500 บาท จึงเป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาจ้างแรงงาน มิได้ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามหนังสือรับสภาพหนี้เพียงแต่อ้างว่าจำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้เพื่อเป็นพยานหลักฐานประกอบว่าจำเลยได้กระทำผิดสัญญาจ้างแรงงานไว้ด้วยเท่านั้น หนี้ดังกล่าวมิได้มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5994/2549
ห้างหุ้นส่วนจำกัด พัฒนกิจ เซลส์แอนด์เซอร์วิส โจทก์
นายทองแดงหรือคมทวรรณ หลักด่าน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด พัฒนกิจ เซลส์แอนด์เซอร์วิส · จำเลย - นายทองแดงหรือคมทวรรณ หลักด่าน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์ · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · จรัส พวงมณี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายสมเกียรติ คมสัตย์ธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา