⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1966/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1966/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลที่รับฟ้องคดีไว้พิจารณาภายหลังปรากฏว่าตนไม่มีเขตอำนาจ ศาลนั้นย่อมไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และต้องโอนคดีไปยังศาลที่มีเขตอำนาจต่อไป

ย่อคำพิพากษา

แม้ศาลจังหวัดนครปฐมจะได้รับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาและดำเนินการสืบพยานโจทก์จำเลยจนเสร็จและอยู่ระหว่างนัดฟังคำพิพากษาก็ตาม แต่เมื่อปรากฏภายหลังว่าเป็นคดีที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวงนครปฐมตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17 ประกอบมาตรา 25 วรรคหนึ่ง (4) ไม่ใช่คดีที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดนครปฐมเสียแล้ว ศาลจังหวัดนครปฐมย่อมไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเรื่องนี้ได้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 18 ทั้งไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดให้อำนาจศาลจังหวัดนครปฐมที่จะใช้ดุลพินิจรับคดีนี้ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป ดังนั้น การที่ศาลจังหวัดนครปฐมมีคำสั่งโอนคดีเรื่องนี้ไปยังศาลแขวงนครปฐมซึ่งเป็นศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีได้นั้นเป็นการชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 16 วรรคท้ายแล้ว และเมื่อศาลแขวงนครปฐมจะเป็นผู้พิจารณาคดีนี้ต่อไป ผู้พิพากษาศาลแขวงนครปฐมจึงมีอำนาจทำคำพิพากษาคดีนี้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.16 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.17 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.18 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.25

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดนครปฐมว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 240 หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งลูกนก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ทางด้านทิศใต้เนื้อที่ 2 ไร่เศษ ต่อมาเมื่อเดือนกันยายน 2546 จำเลยนำเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดที่ดินแปลงดังกล่าวเพื่อออกโฉนด และรังวัดรุกล้ำเข้าไปในที่ดินส่วนที่โจทก์มีสิทธิครอบครองโดยจำเลยไม่มีสิทธิ โจทก์คัดค้านการรังวัด เจ้าพนักงานที่ดินสอบสวนเปรียบเทียบแล้ว ได้ออกโฉนดที่ดินให้แก่จำเลย ขอให้พิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าว เฉพาะส่วนทางด้านทิศใต้เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่า จำเลยซื้อที่ดินตามฟ้องจากนายอำนาจ กุลอภิญญ์ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2539 และได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าวตลอดมา โจทก์ไม่ได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว ขอให้ยกฟ้อง ศาลจังหวัดนครปฐมดำเนินการสืบพยานโจทก์และจำเลยจนเสร็จ ระหว่างนัดฟังคำพิพากษา ศาลจังหวัดนครปฐมเห็นว่าคดีนี้มีทุนทรัพย์พิพาทไม่เกิน 300,000 บาท อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนครปฐม จึงมีคำสั่งให้โอนคดีไปยังศาลแขวงนครปฐมตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 16 วรรคท้าย ศาลแขวงนครปฐมพิจารณาแล้วเห็นว่า พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 16 วรรคท้าย ที่ให้อำนาจศาลจังหวัดมีคำสั่งให้โอนคดีมายังศาลแขวงใช้เฉพาะในชั้นตรวจรับคำฟ้องเท่านั้น คดีนี้ศาลจังหวัดนครปฐมรับคำฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณาแล้ว แม้ต่อมาจะปรากฏว่าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแขวง ศาลจังหวัดก็ยังมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาคดีต่อไปได้ ทั้งคดีนี้ ศาลจังหวัดนครปฐมได้สืบพยานโจทก์จำเลยจนเสร็จสิ้นและนัดฟังคำพิพากษาแล้ว ผู้พิพากษาศาลแขวงนครปฐมจึงไม่มีอำนาจทำพิพากษาคดีนี้ได้ ประกอบกับมาตรา 18 ของพระธรรมนูญศาลยุติธรรมบัญญัติว่า "ศาลจังหวัดมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งและคดีอาญาทั้งปวงที่มิได้อยู่ในเขตอำนาจของศาลยุติธรรมอื่น" ซึ่งคำว่าศาลยุติธรรมอื่นน่าจะหมายถึงศาลชำนัญพิเศษเท่านั้น ไม่รวมถึงศาลแขวงด้วย จึงมีคำสั่งไม่รับโอนคดีจากศาลจังหวัดนครปฐม จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า คำสั่งศาลแขวงนครปฐมที่ไม่รับโอนคดีนี้จากศาลจังหวัดนครปฐมชอบหรือไม่ เห็นว่า คำฟ้องของโจทก์กล่าวอ้างว่า จำเลยนำเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดรุกล้ำเข้าไปในที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์มีสิทธิครอบครองโดยไม่มีสิทธิ จำเลยให้การโต้แย้งสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทว่าเป็นของจำเลย จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้หรือเป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อศาลจังหวัดนครปฐมเห็นว่าราคาที่ดินพิพาทซึ่งเป็นทุนทรัพย์ของคดีไม่เกินสามแสนบาท คดีจึงอยู่ในอำนาจของศาลแขวงนครปฐมที่จะพิจารณาพิพากษา แม้ศาลจังหวัดนครปฐมจะได้ดำเนินการสืบพยานโจทก์และจำเลยจนเสร็จและนัดฟังคำพิพากษาแล้ว แต่ตราบใดที่ศาลจังหวัดนครปฐมยังมิได้มีคำพิพากษา ศาลจังหวัดนครปฐมชอบที่จะมีคำสั่งโอนคดีไปยังศาลแขวงนครปฐมตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 16 วรรคท้าย ที่ศาลแขวงนครปฐมวินิจฉัยว่า พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 16 วรรคท้าย ที่ให้อำนาจศาลจังหวัดมีคำสั่งโอนคดีไปยังศาลแขวงใช้เฉพาะในชั้นตรวจรับคำฟ้อง ไม่นำมาใช้กับกรณีนี้นั้น ไม่ถูกต้อง ส่วนที่ศาลแขวงนครปฐมวินิจฉัยว่า ศาลจังหวัดนครปฐมรับคำฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณาแล้ว แม้ต่อมาจะปรากฏว่าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแขวง ศาลจังหวัดนครปฐมก็ยังมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาคดีต่อไปได้ ทั้งศาลจังหวัดนครปฐมได้สืบพยานโจทก์จำเลยจนเสร็จสิ้นและนัดฟังคำพิพากษาแล้ว ผู้พิพากษาศาลแขวงนครปฐมจึงไม่มีอำนาจทำคำพิพากษาคดีนี้ได้นั้น เห็นว่า แม้ศาลจังหวัดนครปฐมจะได้รับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาและดำเนินการสืบพยานโจทก์จำเลยจนเสร็จและอยู่ระหว่างนัดฟังคำพิพากษาก็ตาม แต่เมื่อปรากฏภายหลังว่าเป็นคดีที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวงนครปฐมตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17 ประกอบมาตรา 25 วรรคหนึ่ง (4) ไม่ใช่คดีที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดนครปฐมเสียแล้ว ศาลจังหวัดนครปฐมย่อมไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเรื่องนี้ได้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 18 ทั้งไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดให้อำนาจศาลจังหวัดนครปฐมที่จะใช้ดุลพินิจรับคดีนี้ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปดังที่ศาลแขวงนครปฐมวินิจฉัย ดังนั้น การที่ศาลจังหวัดนครปฐมมีคำสั่งโอนคดีเรื่องนี้ไปยังศาลแขวงนครปฐมซึ่งเป็นศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีได้นั้น เป็นการชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 16 วรรคท้ายแล้ว และเมื่อศาลแขวงนครปฐมจะเป็นผู้พิจารณาคดีนี้ต่อไปผู้พิพากษาศาลแขวงนครปฐมจึงมีอำนาจทำคำพิพากษาคดีนี้ได้ ที่ศาลแขวงนครปฐมวินิจฉัยว่าผู้พิพากษาศาลแขวงนครปฐมไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้และมีคำสั่งไม่รับโอนคดีนั้นเป็นการไม่ชอบ อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษายกคำสั่งศาลแขวงนครปฐม ให้ศาลแขวงนครปฐมรับโอนคดีนี้ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1966/2550 นางน้ำค้าง พรมแสง โจทก์ นายสมนึก พรมแสง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางน้ำค้าง พรมแสง · จำเลย - นายสมนึก พรมแสง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · บุญรอด ตันประเสริฐ · ชัชลิต ละเอียด
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6630/2556ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4862/2548ฎีกา 6234/2548ฎีกา 2989/2533ฎีกา 2771/2524ฎีกา 3374/2566ฎีกา 22056/2555ฎีกา 5460/2547ฎีกา 4637/2546ฎีกา 5070/2552ฎีกา 411/2550ฎีกา 7045/2553ฎีกา 78/2565ฎีกา 4094/2549ฎีกา 8452/2556ฎีกา 3988/2559ฎีกา 5943/2548ฎีกา 1853/2551ฎีกา 398/2486ฎีกา 2040/2550ฎีกา 8492/2548ฎีกา 3977/2553ฎีกา 7668/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ