คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3742-3743/2550
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมยังคงครอบครองที่ดินต่อไปหลังจากมีมติของคณะกรรมการ คชก. จะไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย หากผู้เช่าได้ดำเนินการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของ คชก. ตำบล ต่อ คชก. จังหวัด หรือยื่นฟ้องต่อศาลภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
ย่อคำพิพากษา
การจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมฯ มาตรา 62 การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมติ คชก.ตำบล หรือ คชก.จังหวัด ที่ห้ามมิให้ผู้นั้นขัดขวางการทำนาของผู้มีสิทธิในนาหรือที่ให้ผู้นั้นออกจากนาจะต้องไม่มีเหตุอันสมควร แต่ คชก.ตำบล มีหนังสือแจ้งมติให้จำเลยทราบ ซึ่งจำเลยก็ยังโต้แย้งอยู่ว่าไม่ได้รับหนังสือดังกล่าว แต่ภายหลัง ว. ผู้เสียหายกลับไปร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลย ทั้งที่วันดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างที่จำเลยจะอุทธรณ์คำวินิจฉัยของ คชก.ตำบล ต่อ คชก.จังหวัดได้ และจำเลยก็ได้อุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อประธาน คชก.ตำบล ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 56 วรรคแรก และหลังจาก คชก.จังหวัด มีคำวินิจฉัยยืนตามมติ คชก.ตำบลแล้ว จำเลยก็ยังได้ยื่นฟ้องต่อศาล แสดงให้เห็นว่าจำเลยได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมฯ การที่จำเลยยังไม่ออกจากที่นาพิพาทจึงเป็นกรณีมีเหตุอันสมควร การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 ม.56 พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 ม.62
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 5, 26, 37, 62
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ โดยอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 37 และ 62 ให้จำคุก 2 เดือน และปรับ 2,000 บาท จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ในคดีที่จำเลยเป็นโจทก์ฟ้องขอเพิกถอนคำวินิจฉัยและมติ คชก. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้พิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยและมติ คชก. จังหวัดแล้ว เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ จำเลยจึงขอสืบพยานเพิ่มเติมในชั้นอุทธรณ์นั้น เห็นว่า จำเลยได้นำสืบเกี่ยวกับการยื่นฟ้องขอให้เพิกถอนมติ คชก. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเพียงพอแก่การวินิจฉัยคดีแล้ว กรณีไม่มีเหตุจำเป็นต้องสืบพยานเพิ่มเติมในชั้นอุทธรณ์อีก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 สั่งยกคำร้องของจำเลยที่ขอสืบพยานเพิ่มเติมในชั้นอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การจะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 62 การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมติ คชก.ตำบล หรือ คชก.จังหวัดที่ห้ามมิให้ผู้นั้นขัดขวางการทำนาของผู้มีสิทธิในนาหรือที่ให้ผู้นั้นออกจากนาจะต้องไม่มีเหตุอันสมควร แต่คดีนี้ คชก.ตำบลคลองพระยาบันลือ มีหนังสือแจ้งมติให้จำเลยทราบลงวันที่ 21 มิถุนายน 2542 ซึ่งจำเลยก็ยังโต้แย้งอยู่ว่าไม่ได้รับหนังสือดังกล่าว แต่ภายหลังนายหวัง ไทยเจริญ ผู้เสียหายกลับไปร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอลาดบัวหลวง เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2542 ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งที่วันดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างที่จำเลยจะอุทธรณ์คำวินิจฉัยของ คชก.ตำบลคลองพระยาบันลือ ต่อ คชก. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ และจำเลยก็ได้อุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อประธาน คชก.ตำบลคลองพระยาบันลือเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2542 ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 56 วรรคแรก และหลังจาก คชก.จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีคำวินิจฉัยยืนตามมติ คชก.ตำบลคลองพระยาบันลือแล้ว จำเลยก็ยังได้ยื่นฟ้องต่อศาล แสดงให้เห็นว่าจำเลยได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 การที่จำเลยยังไม่ออกจากที่นาพิพาทจึงเป็นกรณีมีเหตุอันสมควร การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง ฎีกาจำเลยฟังขึ้น"
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3742 - 3743/2550
พนักงานอัยการ ประจำศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา โจทก์
นายทองหล่อ สุขสุยุติ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา · จำเลย - นายทองหล่อ สุขสุยุติ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล · ชาลี ทัพภวิมล · วิเชียร มงคล |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ