⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10687/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10687/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีล้มละลาย และมีอำนาจมอบอำนาจให้สถาบันการเงินดำเนินคดีแทนได้ แม้หนังสือรับรองวัตถุประสงค์จะไม่ได้ระบุไว้โดยตรงก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

แม้วัตถุประสงค์ของโจทก์และธนาคาร ท. ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ตามหนังสือรับรองจะมิได้มีข้อความว่า โจทก์สามารถมอบอำนาจให้สถาบันการเงินหรือนิติบุคคลอื่นฟ้องคดีหรือดำเนินคดีแทน และธนาคาร ท. สามารถเป็นผู้รับมอบอำนาจจากสถาบันการเงินอื่นหรือนิติบุคคลอื่นในการฟ้องคดีหรือดำเนินคดีแทนสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลอื่นได้ก็ตาม แต่ทั้งโจทก์และธนาคาร ท. ต่างก็มีวัตถุประสงค์ฝากเงิน ให้กู้ยืมเงิน ประกอบกิจการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน นายหน้า ตัวแทนเรียกเก็บหนี้ รับซื้อ รับโอนลูกหนี้หรือสิทธิเรียกร้องเช่นเดียวกัน เมื่อจำเลยทั้งห้ากับพวกเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์ย่อมมีอำนาจบังคับให้จำเลยทั้งห้ากับพวกชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีล้มละลายนี้ได้ และย่อมมีอำนาจมอบอำนาจให้ธนาคาร ท. ดำเนินคดีนี้และให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ด้วย ธนาคาร ท. ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.66 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นผู้ฟ้องคดีนี้แทน โจทก์ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาศาลจังหวัดภูเก็ต คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1614/2542 มาจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้เดิมของจำเลยทั้งห้า คิดถึงวันฟ้องคดีจำเลยทั้งห้ากับพวกยังเป็นหนี้โจทก์อีก 109,269,531.12 บาท จำเลยทั้งห้าเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งห้าเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะการโอนสิทธิเรียกร้องและการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริตกลั่นแกล้งจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้ได้รับความเสียหาย เนื่องจากโจทก์ต้องห้ามมิให้บังคับชำระหนี้เกินกว่าตัวทรัพย์ที่เป็นหลักประกัน จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ใช่ผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะตามหนังสือมอบอำนาจท้ายคำฟ้องหมายเลข 4 เป็นการมอบอำนาจทั่วไป ไม่ได้ระบุให้ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจฟ้องร้องและดำเนินคดีแทนแต่อย่างใด ทั้งการโอนสิทธิเรียกร้องกระทำขึ้นโดยผู้ไม่มีอำนาจของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และโจทก์จึงตกเป็นโมฆะ และโจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริตกลั่นแกล้งจำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 4 และที่ 5 มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินไม่ใช่ผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ยกฟ้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งห้าเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 ให้จำเลยทั้งห้าใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลยทั้งห้า เฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร จำเลยที่ 4 และที่ 5 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 4 และที่ 5 อุทธรณ์ทำนองว่า ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีเป็นการกระทำนอกวัตถุประสงค์ของโจทก์และธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) นั้น ได้ความจากนายวิชัยผู้รับมอบอำนาจจากธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) พยานโจทก์ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด กรรมการสองคนลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์สามารถกระทำการแทนโจทก์ได้ การฟ้องคดีนี้โจทก์โดยนายอัชพรและนางสาวประไพกรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ได้มอบอำนาจให้ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือบริษัทเงินทุนทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เดิม เป็นผู้มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีแทนกับให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ด้วย ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชน จำกัด ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ได้มอบอำนาจช่วงให้นายสุกิจและนายสมหมายเป็นผู้มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีนี้แทนกับมีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ด้วย นายสุกิจและนายสมหมายได้มอบอำนาจช่วงให้พยานเป็นผู้มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีแทน โดยมีหนังสือรับรองเอกสารหมาย จ.1 กับ จ.4 หนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.5 หนังสือมอบอำนาจช่วงเอกสารหมาย จ.6 และหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.7 เป็นพยานสนับสนุน แม้ตามวัตถุประสงค์ของโจทก์และธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ตามหนังสือรับรองเอกสารหมาย จ.1 และ จ.4 จะมิได้มีข้อความว่า โจทก์สามารถมอบอำนาจให้สถาบันเงินหรือนิติบุคคลอื่นฟ้องคดีหรือดำเนินคดีแทนและไม่มีข้อความว่าธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) สามารถเป็นผู้รับมอบอำนาจจากสถาบันการเงินอื่นหรือนิติบุคคลอื่นในการฟ้องคดีหรือดำเนินคดีแทนสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลอื่นได้ก็ตาม แต่ทั้งโจทก์และธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ต่างก็มีวัตถุประสงค์ฝากเงิน ให้กู้ยืมเงิน ประกอบกิจการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน นายหน้า ตัวแทนเรียกเก็บหนี้ รับซื้อ รับโอนลูกหนี้หรือสิทธิเรียกร้องเช่นเดียวกัน เมื่อจำเลยทั้งห้ากับพวกเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์ย่อมมีอำนาจบังคับให้จำเลยทั้งห้ากับพวกชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้และย่อมมีอำนาจมอบอำนาจให้ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ดำเนินคดีนี้และให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ด้วย จำเลยทั้งห้าก็หาได้สืบพยานให้เห็นเป็นอย่างอื่น เช่นนี้ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง หาใช่ไม่มีอำนาจฟ้องคดีดังจำเลยที่ 4 และที่ 5 อ้างในอุทธรณ์ไม่ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 4 และที่ 5 เด็ดขาดด้วยนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10687/2551 บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด โจทก์ บริษัทจี้เลี้ยงการประมงภูเก็ต จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด · จำเลย - บริษัทจี้เลี้ยงการประมงภูเก็ต จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดิเรก อิงคนินันท์ · ไพโรจน์ วายุภาพ · พิชัย อภิชาตอำมฤต
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5399/2550ฎีกา 7249/2540ฎีกา 3489/2536ฎีกา 2660/2531ฎีกา 5355/2530ฎีกา 3219/2534ฎีกา 5969/2559ฎีกา 1783/2551ฎีกา 2568/2537ฎีกา 5272/2544ฎีกา 4339/2534ฎีกา 1961/2544ฎีกา 2900/2543ฎีกา 5004/2539ฎีกา 1646/2519ฎีกา 2099/2532ฎีกา 2230/2544ฎีกา 1248/2473ฎีกา 4046/2541ฎีกา 1503/2539ฎีกา 3394/2536ฎีกา 3778/2542ฎีกา 8716/2550ฎีกา 3733/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ