⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2851/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2851/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทะเลาะวิวาทภายในครอบครัวและการทำร้ายร่างกายกันระหว่างสามีภริยา แม้จะเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่หากยังไม่ถึงขั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรงจนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนเกินควร ก็ยังไม่เป็นเหตุให้ฟ้องหย่าได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยาย่อมจะมีเรื่องระหองระแหงทะเลาะกันเป็นปกติธรรมดาของชีวิตคู่ การที่จำเลยไม่ค่อยอยู่บ้านก็มิใช่เป็นการประพฤติเสื่อมเสีย และการที่จำเลยตบตีทำร้ายโจทก์จนโจทก์ต้องไปแจ้งความดำเนินคดีแก่จำเลยแต่พนักงานสอบสวนได้ไกล่เกลี่ยก็เป็นเรื่องภายในครอบครัว ซึ่งโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีแก่จำเลย หลังจากนั้นโจทก์จำเลยยังทะเลาะกันและจำเลยพยายามจะทำร้ายร่างกายโจทก์ พฤติกรรมดังกล่าวยังถือไม่ได้ว่าจำเลยทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรงถึงขนาดที่โจทก์เดือดร้อนเกินควร ยังไม่เป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (6)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1516

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยเป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายมีบุตรด้วยกัน 3 คน คือ เด็กชายวุฒิภัทร นามวงษ์ เด็กชายพีรวิชญ์และเด็กชายชัชฤทธิ์ต่อมาจำเลยอุปการะยกย่องหญิงอื่นฉันภริยา ไม่เคยอุปการะเลี้ยงดูโจทก์กับบุตรทั้งสามอีกทั้งทำร้ายร่างกายโจทก์หลายครั้ง อันเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรง ขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์หย่าขาดจากจำเลย ให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองและอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสามเพียงผู้เดียว จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์หย่าขาดจากจำเลย ให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ทั้งสามแต่เพียงผู้เดียว ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า พฤติการณ์ที่จำเลยเที่ยวกลางคืนเป็นประจำ ทะเลาะวิวาทแล้วทำร้าย ข่มขู่ และพยายามทำร้ายร่างกายโจทก์บ่อยครั้งถือว่าเป็นการกระทำอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุฟ้องหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 (6) และพิพากษาให้โจทก์หย่าขาดจากจำเลย ให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ทั้งสามแต่เพียงผู้เดียว โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์เหตุฟ้องหย่าด้วยเหตุอื่นจึงถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น มีประเด็นต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาแต่เพียงว่า จำเลยกระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรงอันเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าได้หรือไม่ โจทก์มีตัวโจทก์เป็นพยานเบิกความว่า ก่อนคดีนี้โจทก์เคยฟ้องหย่าจำเลย เนื่องจากจำเลยไปติดพันหญิงอื่นและทำร้ายร่างกายโจทก์ ซึ่งโจทก์ได้แย้งความดำเนินคดีกับจำเลยตามสำเนารายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐาน เอกสารหมาย จ.3 แต่ภายหลังจำเลยตกลงกลับมาอยู่เป็นครอบครัวกับโจทก์และจะไม่ประพฤติตัวเช่นเดิมอีก โจทก์จึงถอนฟ้อง หลังจากนั้นตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน 2548 จำเลยกลับมาอยู่บ้านไม่ถึง 10 วัน ทำให้โจทก์กับจำเลยมีปากเสียงกัน ต่อมาโจทก์กับจำเลยทะเลาะกันเกี่ยวกับเรื่องขายไม้ยูคาลิปตัสในราคาที่จำเลยไม่พอใจและจำเลยใช้กำลังตบตีทำร้ายโจทก์ โจทก์จึงไปแจ้งความดำเนินคดีแก่จำเลย แต่พนักงานสอบสวนไกล่เกลี่ยว่าหากจำเลยทำร้ายร่างกายโจทก์อีกยอมให้โจทก์ดำเนินคดีตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี เอกสารหมาย จ.4 หลังจากนั้นโจทก์กับจำเลยทะเลาะกันด้วยสาเหตุจำเลยไม่ค่อยอยู่บ้าน และพยายามทำร้ายร่างกายโจทก์ แต่มีผู้ห้ามปรามไว้ ซึ่งโจทก์ได้แจ้งความตามสำเนารายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐาน เอกสารหมาย จ.5 ปัจจุบันโจทก์ได้นำบุตรผู้เยาว์ทั้งสามไปอาศัยอยู่บ้านพี่ชาย เพราะจำเลยเคยขู่ว่าหากทะเลาะกันคราวต่อไปจะทำร้ายโจทก์ให้หนักขึ้น กับโจทก์มีนายอนุนผู้ใหญ่บ้านท้องที่มาเป็นพยาน แต่พยานไม่รู้เห็นเหตุการณ์เพียงแต่ทราบว่าจำเลยมีพฤติกรรมเที่ยวกลางคืนเป็นประจำ เมื่อกลับบ้านจะมีเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายโจทก์เท่านั้น เห็นว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยา ย่อมจะต้องมีเรื่องระหองระแหงทะเลาะกันเป็นปกติธรรมดาของชีวิตคู่ การที่จำเลยไม่ค่อยอยู่บ้านก็ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยไปประพฤติเสื่อมเสียอะไร และการที่จำเลยตบตีทำร้ายโจทก์จนโจทก์ต้องไปแจ้งความดำเนินคดีแก่จำเลย แต่พนักงานสอบสวนได้ไกล่เกลี่ยเป็นเรื่องภายในครอบครัว ซึ่งโจทก์ก็ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีแก่จำเลยตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี เอกสารหมาย จ.4 หลังจากนั้นโจทก์จำเลยก็ยังทะเลาะกันและจำเลยพยายามจะทำร้ายร่างกายโจทก์ พฤติกรรมดังกล่าวแล้วยังถือไม่ได้ว่าจำเลยทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรงถึงขนาดที่โจทก์เดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ กรณียังไม่เป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 (6) ที่โจทก์ฎีกาข้ออื่นอีกว่า ยังมีเหตุหย่าอื่นตามที่โจทก์ฟ้องก็เป็นเรื่องที่ยุติถึงที่สุดดังกล่าวแล้วข้างต้น และเป็นเรื่องที่มิได้ว่ากล่าวกันมาในชั้นอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2851/2551 นางเด่นฟ้า นามวงษ์หรือแก้วภักดี โจทก์ นายพฤทธิ์ นามวงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเด่นฟ้า นามวงษ์หรือแก้วภักดี · จำเลย - นายพฤทธิ์ นามวงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · สุรภพ ปัทมะสุคนธ์ · สิริรัตน์ จันทรา
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4959/2552ฎีกา 2232/2535ฎีกา 1771/2540ฎีกา 4480/2553ฎีกา 1303/2568ฎีกา 2506/2523ฎีกา 1648/2524ฎีกา 11702/2555ฎีกา 2561/2536ฎีกา 7229/2537ฎีกา 1335/2533ฎีกา 1762/2542ฎีกา 735/2535ฎีกา 6516/2552ฎีกา 3741/2526ฎีกา 3596/2546ฎีกา 3563/2548ฎีกา 1094/2539ฎีกา 3520/2536ฎีกา 2561/2561ฎีกา 1568/2524ฎีกา 4402/2539ฎีกา 5983/2548ฎีกา 6948/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา