คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3624/2551
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลได้รับทรัพย์สินไปโดยสำคัญผิดว่าตนมีสิทธิได้รับ ถือเป็นการได้มาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และโจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกทรัพย์สินคืนในฐานลาภมิควรได้ภายในกำหนดอายุความ 1 ปี นับแต่รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืน
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินค่าเช่าบ้านที่จำเลยเบิกไปโดยจำเลยไม่มีสิทธิเบิกจากทางราชการตาม พ.ร.ฎ.ค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2527 มาตรา 7 (1) อันเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายให้จำเลยและจำเลยก็ไม่มีสิทธิรับเงินดังกล่าว แต่จำเลยรับไปโดยสุจริตเข้าใจว่า ตนมีสิทธิที่จะเบิกค่าเช่าบ้านได้ตามกฎหมาย การที่จำเลยรับเงินไปจากโจทก์จึงเป็นการได้มาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบ กรณีเป็นเรื่องที่โจทก์ใช้สิทธิฟ้องเรียกทรัพย์คืนในฐานลาภมิควรได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 406 จึงอยู่ในบังคับกำหนดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 419 ที่โจทก์ต้องใช้สิทธิฟ้องร้องเรียกคืนจากจำเลยภายใน 1 ปี นับแต่โจทก์รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 348,437.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 300,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยมิได้โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า เงินค่าเช่าบ้านที่จำเลยเบิกและรับไปจากโจทก์ตั้งแต่เดือนเมษายน 2534 ถึงเดือนมีนาคม 2541 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 300,000 บาท เป็นเงินที่จำเลยไม่มีสิทธิเบิกจากทางราชการตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2527 มาตรา 7 (1) โจทก์ทวงถามให้จำเลยคืนเงินดังกล่าวและจำเลยรับทราบแล้วเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2542 จำเลยไม่ชำระคืนแก่โจทก์
มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินค่าเช่าบ้านที่จำเลยเบิกไปจากโจทก์โดยที่จำเลยไม่มีสิทธิเบิกได้ อันเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายให้จำเลยและจำเลยก็ไม่มีสิทธิรับเงินจำนวนดังกล่าวแต่จำเลยรับไปโดยสุจริตเข้าใจว่าตนมีสิทธิที่จะเบิกค่าเช่าบ้านได้ตามกฎหมาย การที่จำเลยรับเงินไปจากโจทก์จึงเป็นการได้มาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบ กรณีเป็นเรื่องที่โจทก์ใช้สิทธิฟ้องเรียกทรัพย์คืนในฐานลาภมิควรได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 406 ฉะนั้น จึงอยู่ในบังคับของกำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 419 ที่โจทก์ต้องใช้สิทธิฟ้องร้องเรียกคืนจากจำเลยภายใน 1 ปี นับแต่โจทก์รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืน เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์ทวงถามให้จำเลยคืนเงินดังกล่าวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2542 แต่โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2544 คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3624/2551
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โจทก์
นายเกษมสุข อนุราช จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ · จำเลย - นายเกษมสุข อนุราช |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · รัตน กองแก้ว · ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา - นายชลอ ยศสมบัติ · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.1666/2549 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา