⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5131/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5131/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ที่ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดเกิดขึ้นก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และผู้ค้ำประกันซึ่งได้ชำระหนี้ให้เจ้าหนี้แล้ว มีสิทธิขอรับชำระหนี้และนำสิทธิเรียกร้องนั้นมาหักกลบลบหนี้กับหนี้ที่ตนมีต่อลูกหนี้ได้

ย่อคำพิพากษา

การที่ผู้คัดค้านที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันหนี้ที่ลูกหนี้ที่ 1 มีต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย ตามสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์และที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารที่สถานีรถไฟเชียงใหม่และลูกหนี้ที่ 1 ผิดสัญญาเช่ากับการรถไฟแห่งประเทศไทยก่อนที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดเช่นนี้ มูลแห่งหนี้ที่ผู้คัดค้านที่ 2 ต้องรับผิดจึงเกิดก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาด และเมื่อการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าหนี้ชั้นต้นมิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ผู้คัดค้านที่ 2 จึงเป็นเจ้าหนี้ที่มีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ตนอาจใช้สิทธิไล่เบี้ยในเวลาภายหน้าได้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 101 และเป็นเจ้าหนี้ที่มีสิทธิขอรับชำระหนี้ในเวลาที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ เมื่อปรากฏว่าก่อนขอหักกลบลบหนี้ ผู้คัดค้านที่ 2 ได้ใช้หนี้ให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทยแล้ว ผู้คัดค้านที่ 2 จึงสามารถนำสิทธิเรียกร้องดังกล่าวมาหักกับหนี้เงินฝากตามสัญญาฝากทรัพย์ระหว่างลูกหนี้ที่ 1 กับผู้คัดค้านที่ 2 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.101

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2539 โจทก์ฟ้องลูกหนี้ (จำเลย) ทั้งสอง ขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้ลูกหนี้ทั้งสองเป็นบุคคลล้มละลาย ศาลแพ่งมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2542 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องลูกหนี้ที่ 2 ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 2 เด็ดขาด ต่อมาวันที่ 2 พฤศจิกายน 2543 และวันที่ 17 พฤษภาคม 2548 ศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ที่ 1 และที่ 2 เป็นบุคคลล้มละลายตามลำดับ ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ทั้งสองมีเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ทั้งสิ้น 4 ราย คือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าหนี้รายที่ 1 ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นเจ้าหนี้รายที่ 2 และโจทก์เป็นเจ้าหนี้รายที่ 3 และที่ 4 ต่อมาผู้คัดค้านที่ 2 ได้ใช้สิทธิหักกลบลบหนี้จากบัญชีเงินฝากของลูกหนี้ที่ 1 ซึ่งโจทก์เห็นว่าการกระทำดังกล่าวขัดต่อพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 102 จึงยื่นคำร้องต่อผู้คัดค้านที่ 1 ให้ทำการสอบสวนและมีคำขอต่อศาลเพื่อบังคับให้ผู้คัดค้านที่ 2 นำส่งเงินในบัญชีเงินฝากของลูกหนี้ที่ 1 พร้อมดอกเบี้ยไปยังผู้คัดค้านที่ 1 ภายในเวลาที่เห็นสมควร ผู้คัดค้านที่ 1 สอบสวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่ 1 และมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 2 นำส่งเงินฝากในบัญชีเงินฝากของลูกหนี้ที่ 1 ที่มีอยู่กับผู้คัดค้านที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยเงินฝากประจำตามที่ผู้คัดค้านที่ 2 ได้ตกลงกับลูกหนี้ที่ 1 คิดคำนวณจนถึงวันที่นำส่งเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยจนครบถ้วนให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำคัดค้านขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 2 ใช้สิทธิหักกลบลบหนี้ได้ตามมาตรา 102 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ศาลแพ่งมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ผู้คัดค้านที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันลูกหนี้ที่ 1 ต่อการรถไฟแห่งประเทศไทยตามสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์และที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ และลูกหนี้ที่ 1 ผิดสัญญาเช่ากับการรถไฟแห่งประเทศไทยต้องรับผิดชำระเงินแก่การรถไฟแห่งประเทศไทยก่อนที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2542 ต่อมาหลังจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดแล้ว ผู้คัดค้านที่ 2 ได้ชำระหนี้ตามสัญญาค้ำประกันแทนลูกหนี้ที่ 1 ให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทย และขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 โดยวิธีหักกลบลบหนี้กับบัญชีเงินฝากของลูกหนี้ที่ 1 ที่มีอยู่กับผู้คัดค้านที่ 2 ในขณะที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาด มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ผู้คัดค้านที่ 2 มีสิทธิหักกลบลบหนี้จากบัญชีเงินฝากของลูกหนี้ที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า การที่ผู้คัดค้านที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันหนี้ที่ลูกหนี้ที่ 1 มีต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย ตามสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์และที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ และลูกหนี้ที่ 1 ผิดสัญญาเช่ากับการรถไฟแห่งประเทศไทยก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เช่นนี้ มูลแห่งหนี้ที่ผู้คัดค้านที่ 2 ต้องรับผิดจึงเกิดก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาด และเมื่อการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าหนี้ชั้นต้นมิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ผู้คัดค้านที่ 2 จึงเป็นเจ้าหนี้ที่มีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ตนอาจใช้สิทธิไล่เบี้ยในเวลาภายหน้าได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 101 และเป็นเจ้าหนี้ที่มีสิทธิขอรับชำระหนี้ในเวลาที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ เมื่อปรากฏว่าก่อนขอหักกลบลบหนี้ ผู้คัดค้านที่ 2 ได้ใช้หนี้ให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทยแล้ว ผู้คัดค้านที่ 2 จึงสามารถนำสิทธิเรียกร้องดังกล่าวมาหักกับหนี้เงินฝากตามสัญญาฝากทรัพย์ระหว่างลูกหนี้ที่ 1 กับผู้คัดค้านที่ 2 ได้ ที่ศาลแพ่งมีคำสั่งมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5131/2551 บริษัทเจที จำกัด โจทก์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้านที่ 1 ธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน) ผู้คัดค้านที่ 2 บริษัทวีระนอร์ธเทอน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเจที จำกัด · ผู้คัดค้านที่ 1 - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ · ผู้คัดค้านที่ 2 - ธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน) · จำเลย - บริษัทวีระนอร์ธเทอน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ วายุภาพ · สมชาย พงษธา · สมศักดิ์ จันทรา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายทรงกลด บุญชูกุศล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำล.291/2549

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10105/2555ฎีกา 1711/2535ฎีกา 4515/2546ฎีกา 4633/2541ฎีกา 628/2534ฎีกา 5544/2533ฎีกา 2177/2552ฎีกา 7219/2554ฎีกา 5007/2547ฎีกา 5369/2549ฎีกา 2288/2550ฎีกา 4748/2541ฎีกา 3023/2539ฎีกา 18801/2555ฎีกา 2844/2549ฎีกา 2111/2551ฎีกา 1175/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา