⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6754/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6754/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานประเมินตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่มมีอำนาจประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าที่นำเข้าได้ สิทธิเรียกร้องเงินอากรขาเข้าของกรมศุลกากรมีอายุความ 10 ปี นับแต่วันนำของเข้า เว้นแต่กรณีคำนวณจำนวนอากรผิดซึ่งมีอายุความ 2 ปี

ย่อคำพิพากษา

ป.รัษฎากร มาตรา 83/10 (1) บัญญัติให้กรมศุลกากรโจทก์ที่ 1 เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าที่นำเข้าเพื่อกรมสรรพากรโจทก์ที่ 2 และมาตรา 4 บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานประเมินได้ เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ออกประกาศกระทรวงการคลัง แต่งตั้งให้ข้าราชการในสังกัดโจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานประเมินในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าที่นำเข้าหรือส่งออก ตามประกาศลงวันที่ 27 ธันวาคม 2534 ส. ซึ่งเป็นข้าราชการในสังกัดโจทก์ที่ 1 จึงมีอำนาจประเมินให้จำเลยที่ 1 ชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม กะปิที่จำเลยที่ 1 นำเข้าไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้า จึงไม่ใช่กรณีพนักงานเจ้าหน้าที่คำนวณจำนวนอากรผิด สิทธิเรียกร้องเงินอากรขาเข้าของโจทก์ที่ 1 จึงไม่ได้มีอายุความ 2 ปี ในกรณีคำนวณจำนวนเงินอากรผิด แต่มีอายุความ 10 ปี นับจากวันที่นำของเข้า

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.4 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.10

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าภาษีอากรจำนวน 26,799,055 บาท พร้อมเงินเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน ของต้นเงินภาษีมูลค่าเพิ่มแต่ละใบขนนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินอากรขาเข้า อากรพิเศษ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และเงินเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมเป็นเงิน 23,260,510 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง กับให้ชำระเงินเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของต้นเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม 2,384 บาท ตามใบขนสินค้าขาเข้าเลขที่ 5801 0042 0699 ของต้นเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม 2,384 บาท ตามใบขนสินค้าขาเข้าเลขที่ 5801 0042 0809 ของต้นเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม 1,611 บาท ตามใบขนสินค้าขาเข้าเลขที่ 5801 0042 0956 และของต้นเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม 2,338 บาท ตามใบขนสินค้าขาเข้าเลขที่ 5801 0082 1394 นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่เงินเพิ่มดังกล่าวเมื่อรวมกับเงินเพิ่มที่คำนวณถึงวันฟ้องแล้ว มิให้เกินกว่าต้นเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระตามใบขนสินค้าขาเข้าแต่ละฉบับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ 15,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยทั้งสองรับผิดตามจำนวนทุนทรัพย์เท่าที่โจทก์ชนะคดี คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ข้อต่อไปของจำเลยทั้งสอง มีว่าเจ้าพนักงานของโจทก์ที่ 1 มีอำนาจประเมินให้จำเลยที่ 1 ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา 83/10 (1) บัญญัติให้กรมศุลกากรโจทก์ที่ 1 เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าที่นำเข้าเพื่อกรมสรรพากรโจทก์ที่ 2 และมาตรา 4 บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานประเมินได้ ทางนำสืบของโจทก์โดยจำเลยทั้งสองไม่โต้แย้งได้ความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ออกประกาศแต่งตั้งให้ข้าราชการในสังกัดโจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานประเมินในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าที่นำเข้าหรือส่งออกตามประกาศกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการแต่งตั้งเจ้าพนักงาน (ฉบับที่ 24) เรื่อง แต่งตั้งเจ้าพนักงานประเมินตามประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2534 เอกสารหมาย จ.28 เมื่อนายสมบัติ นายด่านศุลกากรสะเดา เป็นข้าราชการในสังกัดโจทก์ที่ 1 นายสมบัติจึงมีอำนาจประเมินให้จำเลยที่ 1 ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มตามฟ้อง ปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ข้อต่อไปของจำเลยทั้งสองมีว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 10 วรรคสาม บัญญัติว่า "เว้นแต่ในกรณีที่มีการหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงอากร สิทธิของกรมศุลกากรที่จะเรียกเงินอากรที่ขาดเพราะเหตุอันเกี่ยวกับชนิด คุณภาพ ปริมาณ น้ำหนัก หรือราคาแห่งของใดๆ หรือเกี่ยวกับอัตราอากรสำหรับของใดๆ นั้น ให้มีอายุความสิบปี แต่ในเหตุที่ได้คำนวณจำนวนเงินอากรผิดให้มีอายุความสองปี ทั้งนี้นับจากวันที่นำของเข้าหรือส่งของออก" กะปิที่จำเลยที่ 1 นำเข้าไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้า จึงไม่ใช่กรณีพนักงานเจ้าหน้าที่คำนวณจำนวนอากรผิด สิทธิเรียกร้องเงินอากรขาเข้าของโจทก์ที่ 1 จึงไม่ได้มีอายุความ 2 ปี แต่มีอายุความ 10 ปี นับจากวันที่นำของเข้า เมื่อนับจากวันที่จำเลยที่ 1 นำเข้าตามใบขนสินค้าขาเข้า 752 ฉบับ จนถึงวันฟ้องยังไม่พ้นกำหนดเวลา 10 ปีฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ข้อสุดท้ายของจำเลยทั้งสองมีว่า จำเลยทั้งสองต้องรับผิดชำระเงินค่าภาษีอากรให้โจทก์ทั้งสองหรือไม่ เพียงใด เห็นว่า เมื่อการประเมินอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มชอบด้วยกฎหมาย และฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ จำเลยทั้งสองจึงต้องร่วมกันชำระเงินค่าภาษีอากรให้แก่โจทก์ทั้งสองตามจำนวนที่ศาลภาษีอากรกลางได้วินิจฉัยไว้ อุทธรณ์ทุกข้อของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6754/2551 กรมศุลกากร กับพวก โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศรีภูมิเทรดดิ้ง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมศุลกากร กับพวก · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศรีภูมิเทรดดิ้ง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม · ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลภาษีอากรกลาง - นายอรรณพ วิทูรากร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำภษ.133/2548

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 675/2545ฎีกา 2227/2534ฎีกา 3761/2532ฎีกา 4926/2533ฎีกา 3148/2535ฎีกา 476/2492ฎีกา 3788/2528ฎีกา 1426/2530ฎีกา 1010/2537ฎีกา 4228/2555ฎีกา 5481/2540ฎีกา 417/2532ฎีกา 1158/2539ฎีกา 2095/2531ฎีกา 1197/2539ฎีกา 1805/2532ฎีกา 2960/2516ฎีกา 4929/2533ฎีกา 5220/2534ฎีกา 1047/2551ฎีกา 136/2534ฎีกา 112/2535ฎีกา 8708/2553ฎีกา 1764/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา