⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6959/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6959/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การต่อสู้คดีเรื่องอายุความโดยอ้างว่าหนี้ขาดอายุความนั้น ไม่ถือเป็นคำให้การที่ขัดแย้งกันเอง แม้จำเลยจะเคยให้การว่าได้ชำระหนี้แล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยให้การตอนแรกว่าชำระหนี้ให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว แต่กลับให้การตอนหลังว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ ไม่เป็นคำให้การที่ขัดแย้งกันเอง เนื่องจากการที่ลูกหนี้ปฏิเสธความรับผิดโดยเถียงว่าหนี้ขาดอายุความนั้นหาได้มีข้อจำกัดว่าลูกหนี้จะยกขึ้นต่อสู้ได้เฉพาะในกรณีที่ยังมิได้มีการชำระหนี้เท่านั้นไม่ การที่จำเลยให้การตัดฟ้องโจทก์ในตอนหลังว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ จึงไม่อาจแปลความหมายได้ว่า จำเลยยังมิได้ชำระหนี้ คำให้การของจำเลยจึงมิได้ขัดแย้งกันเอง จำเลยให้การโดยระบุเพียงว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ เพราะมีการซื้อขายสินค้ากันเมื่อปี 2537 แต่โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อปี 2548 นั้น เป็นการต่อสู้เรื่องอายุความในกรณีผู้ประกอบการค้าฟ้องเรียกเอาค่าสินค้าตามที่ปรากฏในคำฟ้องของโจทก์นั่นเอง ทั้งนี้โดยจำเลยไม่จำต้องอ้างมาตราในกฎหมายมาในคำให้การ เพราะเป็นหน้าที่ของศาลที่จะต้องปรับบทกฎหมายเอง คำให้การของจำเลยจึงชัดแจ้ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 182,050 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า การที่ศาลชั้นต้นยกประเด็นเรื่องอายุความขึ้นวินิจฉัยแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นชอบ หรือไม่ เนื่องจากจำเลยให้การตอนแรกว่าได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว แต่กลับให้การตอนหลังว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ ซึ่งนัยสำคัญว่าจำเลยยังมิได้ชำระหนี้ จึงเป็นคำให้การที่ขัดแย้งกันเองไม่ก่อให้เกิดประเด็นในเรื่องอายุความนั้น เห็นว่า การที่ลูกหนี้ปฏิเสธความรับผิดโดยเถียงว่าหนี้ขาดอายุความ หาได้มีข้อจำกัดว่าลูกหนี้จะยกขึ้นต่อสู้ได้แต่เฉพาะในกรณีที่ยังมิได้มีการชำระหนี้เท่านั้นไม่ การที่จำเลยให้การตัดฟ้องโจทก์ในตอนหลังว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ จึงไม่อาจแปลความหมายได้ว่าจำเลยยังมิได้ชำระหนี้ คำให้การของจำเลยจึงมิได้ขัดแย้งกันเองแต่จำเลยให้การว่าคดีโจทก์ขาดอายุความลอยๆ จึงไม่ชัดแจ้งว่าเป็นการต่อสู้อายุความในกรณีใดและเริ่มนับอายุความตั้งแต่เมื่อใดนั้น ดังนั้น แม้จำเลยให้การโดยระบุเพียงวา คดีโจทก์ขาดอายุความเพราะมีการซื้อขายสินค้ากันเมื่อปี 2537 แต่โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อปี 2548 ก็เห็นได้ว่าจำเลยต่อสู้อายุความในกรณีที่ผู้ประกอบการค้าฟ้องเรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบตามที่ปรากฏในคำฟ้องของโจทก์นั่นเอง ทั้งนี้ โดยจำเลยไม่จำต้องอ้างมาตราในกฎหมายมาในคำให้การเพราะเป็นหน้าที่ของศาลที่จะต้องปรับบทกฎหมายเอง คำให้การของจำเลยจึงชัดแจ้งและทำให้คดีมีประเด็นในเรื่องอายุความดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นยกอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1) ขึ้นปรับแก่คดีและวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ จึงชอบแล้ว ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6959/2551 นางสมจันทร์ ม่วงอ่ำ โจทก์ นายวงษา อรชุน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมจันทร์ ม่วงอ่ำ · จำเลย - นายวงษา อรชุน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์ · ชาลี ทัพภวิมล · คำนวน เทียมสอาด
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายวัชระ จิรัฐิติเจริญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.1285/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 42/2498ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 7122/2545ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 647/2521ฎีกา 369/2522ฎีกา 2752/2537ฎีกา 4335/2539ฎีกา 370/2506ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1603/2551ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 5438/2537ฎีกา 85/2540ฎีกา 8543/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา