⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 15904/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15904/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเปลี่ยนแปลงหน้าที่ของลูกจ้างที่เพิ่มความเสี่ยงภัยและความรับผิดให้แก่ผู้ค้ำประกันเกินกว่าที่ระบุไว้ในสัญญาค้ำประกัน ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญแห่งหนี้ ผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องรับผิดในหนี้ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของลูกจ้างในหน้าที่ใหม่นั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์มีข้อความระบุว่าตามที่โจทก์รับจำเลยที่ 1 ไว้เป็นพนักงานในตำแหน่ง PASSENGER SERVICE หากจำเลยที่ 1 กระทำการใดเป็นการเสียหายแก่โจทก์ไม่ว่าด้วยประการใดๆ จำเลยที่ 2 จะขอรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของจำเลยที่ 1 ตามความเป็นจริง เป็นกรณี จำเลยที่ 2 ยอมผูกพันตนต่อโจทก์เพื่อชำระหนี้ที่จำเลยที่ 1 ก่อให้เกิดความเสียหายสำหรับการทำงานในตำแหน่ง PASSENGER SERVICE จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันจึงต้องร่วมชำระหนี้กรณีจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาหรือกระทำละเมิดเกี่ยวกับการทำงานตามสัญญาจ้างแรงงานต่อโจทก์ในขณะจำเลยที่ 1 ทำงานในตำแหน่ง PASSENGER SERVICE เท่านั้น ตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสฝ่ายการพาณิชย์มีอำนาจอนุมัติบัตรโดยสารเครื่องบินราคาพิเศษหรือบัตรโดยสารไม่คิดราคา โจทก์ย้ายตำแหน่งจำเลยที่ 1 ไปทำหน้าที่เลขานุการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสฝ่ายการพาณิชย์ มีหน้าที่ส่งคำสั่งอนุมัติไปให้เจ้าหน้าที่พิมพ์คำสั่งออกบัตรโดยสารราคาพิเศษ หรือรับบัตรโดยสารมาก่อนแล้วให้ผู้โดยสารมารับบัตรและชำระราคาที่จำเลยที่ 1 (จำเลยที่ 1 รับชำระราคาไว้เป็นการฝ่าฝืนระเบียบของโจทก์) เป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 สามารถกระทำการทั้งในหน้าที่ตามระเบียบและฝ่าฝืนระเบียบ เป็นการเพิ่มความเสี่ยงภัยและความรับผิดให้จำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันมากขึ้นเกินกว่าที่ระบุไว้ในหนังสือสัญญาค้ำประกัน เมื่อจำเลยที่ 1 ทำผิดสัญญาหรือกระทำละเมิดเกี่ยวกับการทำงานตามสัญญาจ้างแรงงานในขณะทำหน้าที่เลขานุการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสฝ่ายการพาณิชย์ ไม่ใช่ในขณะทำงานตำแหน่ง PASSENGER SERVICE จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 9,794,030 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างการพิจารณา จำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย โจทก์ยื่นคำร้องขอให้หมายเรียกนายวีรวัฒน์ ทายาทของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 2 เข้าเป็นคู่ความแทน ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งตั้งผู้ถูกเรียกเป็นคู่ความแทน ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 9,794,030 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (17 สิงหาคม 2538) เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ ส่วนคดีสำหรับจำเลยที่ 2 ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยอุทธรณ์โจทก์ประการเดียว จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ โดยโจทก์อุทธรณ์ว่า แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเงิน และการสั่งออกบัตรโดยสารของจำเลยที่ 1 จะเป็นการกระทำนอกหน้าที่ แต่เมื่อสัญญาค้ำประกันระบุว่า จำเลยที่ 2 จะรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของจำเลยที่ 1 ตามความเป็นจริงแล้ว จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันการทำงานจึงต้องรับผิดด้วย อีกทั้งตามปกติประเพณีการค้ำประกันบุคคลที่ทำงาน เมื่อมีการเลื่อนตำแหน่งหรือย้ายหน่วยงานลูกจ้าง นายจ้างไม่จำต้องแจ้งผู้ค้ำประกันแต่ประการใดนั้น เห็นว่า ตามหนังสือค้ำประกันระบุว่า "ตามที่บริษัทการบินไทย จำกัด ได้รับนางสาวจุฑารัตน์ไว้เป็นพนักงานในตำแหน่ง PASSENGER SERVICE หากนางสาวจุฑารัตน์ กระทำการอันใดเป็นการเสียหายแก่บริษัท ฯ ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ข้าพเจ้าจะขอรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของนางสาวจุฑารัตน์ ตามความเป็นจริง" จึงเป็นกรณีที่จำเลยที่ 2 ยอมผูกพันตนต่อโจทก์เพื่อชำระหนี้ในเมื่อจำเลยที่ 1 ก่อให้เกิดความเสียหายสำหรับการทำงานในตำแหน่งที่ระบุไว้ในหนังสือค้ำประกัน ดังนั้นความรับผิดที่จำเลยที่ 2 จะต้องร่วมชำระหนี้แก่โจทก์ในฐานะผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 จะต้องเป็นกรณีที่จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาจ้างแรงงานหรือกระทำละเมิดเกี่ยวกับการทำงานตามสัญญาจ้างแรงงานต่อโจทก์ในขณะทำงานตำแหน่ง PASSENGER SERVICE หรือเจ้าหน้าที่บริการภาคพื้นตามที่จำเลยที่ 2 ระบุในหนังสือค้ำประกัน เมื่อปรากฏว่าผู้อำนวยการฝ่ายการพนักงานได้มีคำสั่งย้ายจำเลยที่ 1 จากเลขานุการสังกัดสำนักงานภาคพื้นประเทศไทย ไปเป็นเลขานุการรองผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการตลาด และเป็นเลขานุการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสฝ่ายการพาณิชย์ ซึ่งตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสฝ่ายการพาณิชย์เป็นผู้มีอำนาจอนุมัติบัตรโดยสารเครื่องบินราคาพิเศษหรือบัตรโดยสารไม่คิดราคา จำเลยที่ 1 ในฐานะเลขานุการจะมีหน้าที่ส่งคำสั่งอนุมัติไปยังเจ้าหน้าที่เพื่อพิมพ์คำสั่งออกบัตรโดยสารราคาพิเศษ หรือรับบัตรโดยสารจากแผนกออกบัตรโดยสารมาก่อน แล้วให้ผู้โดยสารมารับบัตรและชำระราคาที่จำเลยที่ 1 อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบของโจทก์ แต่จำเลยที่ 1 ก็ยังคงปฏิบัติเรื่อยมา การที่โจทก์ย้ายตำแหน่งของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวไปทำหน้าที่เลขานุการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสฝ่ายการพาณิชย์ จึงเป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 สามารถกระทำการทั้งในหน้าที่ตามระเบียบและฝ่าฝืนระเบียบอันเป็นการเพิ่มความเสี่ยงภัยและความรับผิดให้แก่จำเลยที่ 2 มากขึ้นเกินกว่าที่ระบุไว้ในหนังสือค้ำประกัน การกระทำผิดสัญญาจ้างแรงงานหรือกระทำละเมิดเกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงานของจำเลยที่ 1 จึงมิได้กระทำในขณะทำงานตำแหน่ง PASSENGER SERVICE หรือเจ้าหน้าที่บริการภาคพื้น แต่ได้กระทำในขณะทำงานตำแหน่งเลขานุการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสฝ่ายการพาณิชย์ จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 นั้นจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15904/2553 บริษัทการบินไทย จำกัด โจทก์ นางสาวจุฑารัตน์ ณ สงขลา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทการบินไทย จำกัด · จำเลย - นางสาวจุฑารัตน์ ณ สงขลา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปัญญา สุทธิบดี · ดิเรก อิงคนินันท์ · พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายอนันต์ โรจนเนืองนิตย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำร.1231/2548

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4244/2539ฎีกา 2115/2524ฎีกา 552/2548ฎีกา 1800/2511ฎีกา 795/2545ฎีกา 3219/2534ฎีกา 7913/2551ฎีกา 978/2510ฎีกา 1111/2512ฎีกา 2195/2533ฎีกา 6683/2545ฎีกา 1808/2512ฎีกา 4610/2534ฎีกา 311/2538ฎีกา 923/2523ฎีกา 156/2513ฎีกา 6555/2538ฎีกา 142/2535ฎีกา 8396/2540ฎีกา 131/2535ฎีกา 710/2499ฎีกา 1309/2511ฎีกา 2105/2535ฎีกา 1381/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา