⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3965/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3965/2553

ป.อาญา ม.177, 180, 265 ฯลฯ · ป.วิ.อาญา ม.167

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับฟังพยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องและชั้นพิจารณาแตกต่างกัน โดยชั้นไต่สวนมูลฟ้องหากได้ข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบความผิดโดยไม่มีข้อพิรุธอันเป็นที่ประจักษ์ชัด ก็ถือว่าคดีมีมูลตามฟ้องแล้ว ส่วนข้อเท็จจริงที่ได้ความมาจะเป็นความจริงหรือไม่นั้นเป็นข้อที่จะต้องพิสูจน์กันอีกชั้นหนึ่งในชั้นพิจารณา

ย่อคำพิพากษา

การรับฟังพยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องกับชั้นพิจารณาแตกต่างกัน ชั้นไต่สวนมูลฟ้องเมื่อได้ข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบความผิดที่ฟ้องโดยไม่มีข้อพิรุธอันเป็นที่ประจักษ์ชัดก็ฟังได้แล้วว่า คดีมีมูลตามฟ้อง ส่วนข้อเท็จจริงที่ได้ความมาจะเป็นความจริงหรือไม่เป็นข้อที่จะต้องพิสูจน์กันอีกชั้นหนึ่งในชั้นพิจารณา ซึ่งในชั้นพิจารณาต้องฟังพยานหลักฐานจนได้ความอันสิ้นสงสัยว่าข้อเท็จจริงที่ได้มานั้นเป็นความจริง จึงจะฟังได้ว่ามีการกระทำความผิดตามฟ้อง ความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิ ใช้เอกสารสิทธิปลอม เบิกความเท็จและแสดงเอกสารอันเป็นเท็จตามฟ้องเกิดขึ้นทันทีที่จำเลยได้กระทำการเหล่านั้น หาจำต้องรอให้คดีก่อนที่จำเลยนำหนังสือสัญญากู้เงินที่โจทก์ลงลายมือชื่อผู้กู้ยื่นฟ้องโจทก์เป็นคดีแพ่งให้รับผิดตามสัญญากู้ดังกล่าวมีคำพิพากษาถึงที่สุดเพื่อได้ข้อเท็จจริงที่ยุติในคดีแพ่งนั้นมาเป็นเหตุที่จะวินิจฉัยในคดีนี้ว่ามีมูลหรือไม่ เมื่อโจทก์เบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้องยืนยันว่า โจทก์มิได้กู้เงินจำเลยและจำเลยกรอกข้อความในสัญญากู้ที่โจทก์ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์แล้วจำเลยนำสัญญากู้ไปฟ้องโจทก์ให้ชำระเงินตามสัญญาและจำเลยเบิกความเท็จและอ้างสัญญากู้ปลอมในการพิจารณาคดีนั้นซึ่งเป็นข้อสำคัญในคดี ข้อเท็จจริงที่ได้จึงครบองค์ประกอบความผิดโดยไม่มีข้อพิรุธอันเป็นที่ประจักษ์ชัด คดีโจทก์จึงมีมูล

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.167 ประมวลกฎหมายอาญา ม.177 ประมวลกฎหมายอาญา ม.180 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.167 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.177 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.180 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 177, 180, 264, 265, 268 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีของโจทก์มีมูลหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่าที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องคดีนี้ด้วยเหตุที่ว่าคดีแพ่งยังไม่ถึงที่สุดข้อเท็จจริงยังไม่ยุตินั้น เท่ากับวินิจฉัยเนื้อหาแห่งคดีว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดทั้งที่เป็นเรื่องในชั้นพิจารณาจึงเป็นการไม่ชอบ เมื่อพยานโจทก์ยืนยันการกระทำของจำเลยครบองค์ประกอบความผิดที่จะฟังได้ว่าคดีโจทก์มีมูลก็ชอบที่จะประทับฟ้องโจทก์นั้น เห็นว่าการรับฟังพยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องกับชั้นพิจารณาแตกต่างกัน ชั้นไต่สวนมูลฟ้องเพียงแค่มีมูลความผิดตามฟ้องหรือไม่ เมื่อได้ข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบฐานความผิดที่ฟ้องโดยไม่มีข้อพิรุธอันเป็นที่ประจักษ์ชัดก็ฟังได้แล้วว่าคดีมีมูลตามฟ้อง ส่วนข้อเท็จจริงที่ได้ความมาจะเป็นความจริงหรือไม่เป็นข้อที่จะต้องพิสูจน์กันอีกชั้นหนึ่งในชั้นพิจารณา ซึ่งในชั้นพิจารณาต้องฟังพยานหลักฐานจนได้ความอันสิ้นสงสัยว่าข้อเท็จจริงที่ได้มานั้นเป็นความจริง จึงจะฟังได้ว่ามีการกระทำความผิดตามฟ้อง ความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิ ใช้เอกสารสิทธิปลอม เบิกความเท็จและแสดงเอกสารอันเป็นเท็จตามฟ้องเกิดขึ้นทันทีที่จำเลยได้กระทำการเหล่านั้น หาจำต้องรอให้คดีก่อนที่จำเลยได้นำหนังสือสัญญากู้เงินที่โจทก์ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้จำนวน 4 ฉบับ ยื่นฟ้องโจทก์เป็นคดีแพ่งให้รับผิดชำระเงินตามสัญญากู้เงินดังกล่าวมีคำพิพากษาในคดีนั้นอันถึงที่สุดเพื่อได้ข้อเท็จจริงที่ยุติในคดีแพ่งนั้นแล้วมาเป็นเหตุที่จะวินิจฉัยในคดีนี้ว่ามีมูลหรือไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงในคดีแพ่งโจทก์และจำเลยยังโต้เถียงกันอยู่จึงไม่ยุติว่าสัญญากู้เงินตามฟ้องเป็นเอกสารปลอมหรือไม่ คดีจึงไม่พอฟังว่ามีมูลตามฟ้องนั้นย่อมไม่ถูกต้อง เมื่อพิจารณาจากคำเบิกความของโจทก์และเอกสารที่อ้างส่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว โจทก์ได้ยืนยันว่าโจทก์มิได้กู้เงินจากจำเลยและจำเลยกรอกข้อความลงในหนังสือสัญญากู้เงินทั้ง 4 ฉบับ ที่โจทก์ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์แล้วนำหนังสือสัญญากู้เงินนั้นไปยื่นฟ้องโจทก์ต่อศาลชั้นต้นให้รับผิดชำระเงินตามสัญญากู้ดังกล่าว จากนั้นจำเลยเบิกความตามคำให้การเป็นความเท็จและอ้างสัญญากู้เงินอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีนั้นซึ่งเป็นข้อสำคัญในคดีที่อาจมีผลแพ้ชนะกันได้ เช่นนี้ข้อเท็จจริงที่ได้จากชั้นไต่สวนมูลฟ้องจึงครบองค์ประกอบความผิดตามฟ้องโดยไม่มีข้อพิรุธอันเป็นที่ประจักษ์ชัด คดีโจทก์จึงมีมูลตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3965/2553 นางสาววิภาสินี ภู่ทอง โจทก์ นางสุนิสา สุวรรณจิตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาววิภาสินี ภู่ทอง · จำเลย - นางสุนิสา สุวรรณจิตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิรุฬห์ แสงเทียน · ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล · นิยุต สุภัทรพาหิรผล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายอภิชาต รอดจากทุกข์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสันต์ เกียรติก้อง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.3994/2549

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6538/2562ฎีกา 2918/2522ฎีกา 98/2537ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 3014/2531ฎีกา 730/2516ฎีกา 22/2466ฎีกา 3584/2524ฎีกา 7364/2538ฎีกา 18211/2555ฎีกา 3911/2568ฎีกา 605/2511ฎีกา 4225/2559ฎีกา 280/2505ฎีกา 4048/2528ฎีกา 2092/2564ฎีกา 2766/2546ฎีกา 3800/2564ฎีกา 5138/2537ฎีกา 191/2520ฎีกา 3535/2528ฎีกา 581/2527ฎีกา 1193/2510ฎีกา 693/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา